Posted on

KRILL OIL เป็นมากกว่าแหล่งโอเมก้า 3

161025026

KRILL OIL เป็นมากกว่าแหล่งโอเมก้า 3

กรดไขมันที่ที่ดี ทุกคนคงได้ยินชื่อนี้มาตลอดในวงการสุขภาพ ซึ่งกรดไขมันในความจริงแล้วแบ่งออกเป็น กรดไขมันอิ่มตัว (ไม่ค่อยดีกับร่างกาย), กรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งแบ่งออกได้เป็น

1. กรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง ดีสำหรับการลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด และบางชนิดเป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายต้องการ แต่อาจกระตุ้นการอักเสบในร่างกายได้

2. กรดไขมันไม่อิ่มตัวหนึ่งตำแหน่ง พวกนี้มักให้ผลในการลดการอักเสบและให้ประโยชน์กับร่างกาย โดยปกติแล้วกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่งยังแบ่งชื่อเรียกได้อีกว่า Omega 3, Omega 6 เป็นต้น ตามตำแหน่งพันธะเคมีของกรดไขมันเอง อย่างไรก็แล้วแต่กรดไขมันต่างๆ เหล่านี้วงการแพทย์เราให้ความสนใจมากขึ้นในเรื่องของการลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด เราพบว่าถ้ารู้จักเลือกรับประทานอาหารกรดไขมันพวกนี้ 10% ของกรดไขมันทั้งหมดที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน เพราะฉะนั้นใครที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะเลือกกรดไขมันในการรับประทานให้เป็น จะทำให้ลดระดับไขมันในเลือดได้

นอกจากเรื่องการลดไขมันในเลือด แล้วยังมีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการลดการอักเสบในร่างกาย คำว่า การอักเสบ คนทั่วไปอาจรู้จักแค่เวลาเป็นแผลแล้วเกิดอาการบวม ร้อน แดง ซึ่งแบบนั้นเป็นการอักเสบจากแผลนอกจากการอักเสบแบบดังกล่าว ยังมีการอักเสบในร่างกายที่สร้างสารสื่อการอักเสบพวกโพรตาแกลนดิน (Prostaglandin) เป็นต้น ซึ่งโรคที่เกิดการอักเสบได้แก่ โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคข้ออักเสบ โรคมะเร็ง เป็นต้น จะเห็นว่าโรคดังกล่าวเป็นโรคที่ส่งผลคุกคามต่อชีวิตของผู้ป่วย จึงทำให้กระแสการวิจัยเรื่องกรดไขมันในการลดการอักเสบดังกล่าวออกมาอย่างต่อเนื่อง จึงพบว่าคนที่มีความเสี่ยงหรือมีภาวะโรคดังกล่าวข้างต้น เมื่อได้รับกรดไขมันที่มีประโยชน์จะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นหรือลดความเสี่ยงโรคดังกล่าวได้บ้าง แต่อย่างไรก็ตามงานวิจัยดังกล่าวก็ยังพบว่าผลการตอบสนองขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ในร่างกายอีกหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม เป็นต้น

เมื่อกระแสกรดไขมัน ดังกล่าวออกมามากขึ้นทำให้มีบริการบริโภคน้ำมันและกรดไขมันที่เป็นประโยชน์มากขึ้น ซึ่งระยะหลังเราพบว่าการดูดซึมกรดไขมันในคนไข้บางคนอาจดูดซึมได้ไม่ดีจึงมีการค้นพบสารฟอสโฟลิพิด (Phospholipids) ที่จะช่วยให้การดูดซึมไขมันดีขึ้น สารดังกล่าวพบได้ในน้ำมันคริลล์ ทำให้การดูดซึมน้ำมันคริลล์จะอยู่ในรูปที่ดูดซึมได้ง่ายกว่า และนอกจากนี้ฟอสโฟลิพิดยังเป็นส่วนประกอบของเซลล์สมองและเยื่อหุ้มเซลล์ต่างๆ ดังนั้นผลของฟอสโฟลิพิดนอกจากเรื่องของการส่งเสริมการดูดซึมส่งผลต่อการซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย และการส่งเสริมเซลล์สมองอีกด้วย นอกจากนี้สารสีส้มแดงในน้ำมันคริลล์ นังประกอบไปด้วยสารแอสตาแซนธิน (Astaxanthin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าสารต้านอนุมูลอิสระทั่วไปบางตัว เช่น วิตามินซี วิตามินอี กลูต้าไธโอน เป็นต้น

การรับประทานกรดไขมันที่ดี จึงควรพิจารณากรดไขมันที่ดูดซึมได้ง่าย ที่สำคัญผู้บริโภคควรดูแลและจำกัดอาหารในแต่ละวันด้วย ไม่รับประทานอาหารไขมันสูง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอร่วมกับการรับประทานไขมันที่มีประโยชน์ เท่านี้ก็จะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้เรามีสุภาพที่ดีได้

161025027

;ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *