Posted on

สิวเรื้อรัง หรือ ไรฝุ่น? demodex

สิวเรื้อรัง หรือ ไรหมา? demodex
คุณแม่ไปหาหมอที่พรเกษมคลีนิค หมอบอกว่าแม่เป็นไรหมา -*- ทั้งๆที่บ้านไม่ได้เลี้ยงหมา
ครั้งแรกบอกมี 100 กว่าตัว รักษาไป ปีกว่าๆ บอกเหลือ 1 ตัว มันเป็นซุปเปอร์ไรหมา หรือเลี้ยงไข้กันแน่?

น้องที่ออฟฟิศ ไปหาหมอที่พรเกษมคลีนิค บอกว่าเป็นไรแมว -*- เพราะที่บ้านน้องเลี้ยงแมว
โดนไปเกือบ 2000 บาท

พอหาข้อมูลดูไปดูมา … ทำไมไรแมว ไรหมา และ ไรขุมขน หน้าตามันเหมือนกัน ยังกะแกะ!!
ใครตอบได้บ้างคะ?

ไปเจอบทความมา 2 ที่ อ่านไปอ่านมาแล้วสงสัยว่ามันใช่ตัวเดียวกันรึเปล่า?
แล้วตกลง มันอยู่บนหน้าคนได้จริงเหรอ?

*****************************************************

ปัญหาสิวเรื้อรังที่คุณไม่ควรมองข้าม ( จากบทความขายผลิตภัณท์ยี่ห้อหนึ่ง)

หากคุณเป็นบุคคลหนึ่งที่มีปัญหาสิวเรื้อรัง มีลักษณะเป็นตุ่มอักเสบสีแดง หรือสีคล้ำ ไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีการดูแลสุขอนามัย ใช้เครื่องสำอางรักษาสิว ใช้ยาครีมแต้ม หรือเจลฆ่าเชื้อสาเหจุที่ทำให้เกิดสิว การใช้ยาคุมกำเนิดเพื่อปรับฮอร์โมน หรือแม้กระทั่งการรับประทานยาในกลุ่มไอโซเตตริโนอิน (Isotretinoin เช่น Roaccutane®) แต่ก็ยังไม่ได้ผล และสิวของคุณก็ยังคงกำเริบอยู่เหมือนเดิม บางทีคุณอาจมีความเสี่ยงต่อการเป็นสิวที่เกิดจากเชื้อไรชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ตามรูขุมขนของคนเรา อาการ อักเสบของสิวที่เกิดจากเชื้อไรชนิดนี้ ได้ถูกค้นพบและอธิบายโดยดอกเตอร์ คู คุย ซุน (Doctor Qu Kui Zun) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังแห่งวิทยาลัยการแพทย์ชิงเต่า มหาวิทยาลัยชิงเต่า สาธารณรัฐประชาชนจีน (Qingdao Medical College, Qingdao University, China) เนื่องจากเชื้อไร จัดเป็นปรสิต (Parasites) ไม่ใช่เชื้อแบคทีเรีย ดังนั้นการใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เช่น คลินดามัยซิน, เตตราซัยคลิน จึงไม่มีผลต่อเชื้อไร และนอกจากนี้ การรักษาโดยการปรับฮอร์โมนก็อาจไม่ได้ผลเท่าที่ควร ทั้งนี้เนื่องจากยา ไม่ได้กำจัดสาเหตุของสิวที่แท้จริงออกไปได้ นั่นก็คือเชื้อไรเดโมเด็กซ์ (Demodex) หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า ไรบริเวณรูขุมขน (hair follicle mite)
เกี่ยวกับไร demodex
ไร demodex นับว่าเป็นเชื้อปรสิตที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันนัก แต่ตลอดในช่วงชีวิตของมัน มักถูกพบได้ที่บริเวณผิวหนังของมนุษย์และสัตว์ โดยอาศัยอยู่ในบริเวณรากขน หรือผม (hair follicles) และบริเวณต่อมไขมัน (Sebaceous glands) โดยมันสามารถชอนไชไปตามรากขน ได้อย่างอิสระ โดยกินส่วนประกอบของเซลล์บริเวณรากขนและต่อมไขมันเป็นอาหาร ตัวไร demodex มีความสามารถในการสืบพันธุ์ที่สูงมาก โดยสามารถขยายพันธุ์ได้ทุกๆ 2 สัปดาห์ ไร demodex นี้ ถูกจัดให้อยู่ใน genus Demodex และถูกค้นพบครั้งแรกที่บริเวณรูขุมขน ดังนั้น จึงมักถูกเรียกชื่อว่า ไรบริเวณรูขุมขน (hair follicle mite)
ไร demodex มีกี่สายพันธุ์
ไร demodex ในมนุษย์ในปัจจุบันมีอยู่ 2 สายพันธุ์ โดยทั้งสองสายพันธุ์สามารถก่อให้เกิดโรคในมนุษย์ได้ คือ เดโมเด็กซ์ ฟอลลิคิวโลรัม (Demodex folliculorum) ที่มักอาศัยอยู่ในรูขุมขน และ เดโมเด็กซ์ เบรวิส (Demodex brevis) ที่มักอาศัยอยู่ในบริเวณต่อมไขมัน

การจำแนกชนิดของเชื้อ demodex ตามบริเวณที่อาศัยอยู่
demodex folliculorum (ซ้าย) จะอาศัยบริเวณรากผม ส่วน
demodex brevis (ขวา) มักอาศัยอยู่ที่ต่อมไขมัน
เชื้อไร demodex ก่อโรคในมนุษย์ได้อย่างไร
เดโมเด็กซ์ ฟอลลิคิวโลรัม จะสามารถไชเข้าไปตามรูขุมขน และดูดสารอาหารบริเวณรากขนกินเป็นอาหาร รูขุมขนจึงขยายกว้างและเกิดการอักเสบขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหาขนหรือผมร่วง และเกิดอาการบวมอักเสบของเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ รูขุมขน ส่วนไรเดโมเด็กซ์ เบรวิส ซึ่งมักกัดกินสารอาหารบริเวณต่อมไขมัน ส่งผลให้ผิวเกิดการระคายเคืองและอักเสบขึ้นได้เช่นเดียวกัน ผลจากการติดเชื้อไรทั้งสองชนิดนี้ จะทำให้มีการอุดตัน และเกิดการอักเสบชนิดผื่นแดง และผิวมีลักษณะขรุขระ รูขุมขนกว้าง ที่เรียกว่า แอคเน่ โรซาเซีย (Acne Rosacea)
เชื้อ demodex พบในที่ใดบ้าง
เชื้อ demodex พบได้ทั่วโลก โดยอาศัยอยู่ในรูขุมขนและต่อมไขมัน โดยคาดว่าเชื้อไรดังกล่าวมีความสามารถในการปรับตัวที่สูง และสามารถอยู่รอดในผิวหนังมนุษย์และสัตว์มาเป็นระยะเวลานาน จากการที่รูขุมขนจะมีลักษณะที่ลึกยาว และต่อมไขมันจะมีลักษณะที่สั้น จึงทำให้ไรกลุ่ม Demodex ถูกพัฒนาเป็นสองสายพันธุ์ คือ Demodex folliculorum ที่มีลักษณะยาวแคบตามลักษณะของรูขุมขน ส่วนเชื้อ Demodex brevis ก็มีลักษณะที่อ้วนสั้นเหมือนลักษณะของต่อมไขมันเช่นเดียวกัน
วงจรการสืบพันธุ์ของไร demodex

ไร demodex ในมนุษย์จะไม่มีการติดต่อผ่านโฮสต์ตัวกลาง (ไม่ติดต่อผ่านสัตว์ชนิดอื่นๆ เช่นไข้เลือดออก ติดต่อผ่านยุงลาย) แต่จะมีการติดต่อจากมนุษย์สู่มนุษย์ โดย demodex จะมีทั้งสองเพศในตัว มันจะผสมพันธุ์บริเวณรูเปิดของรูขุมขน หลังจากนั้นจึงเข้าไปวางไข่ที่บริเวณรากขน และต่อมไขมัน
ปัญหาที่เกิดจากเชื้อไร demodex
จากการสำรวจประชากรจำนวน 902,505 คน พบว่าประชากรจำนวน 97.68% มีการเจริญเติบโตของเชื้อไร demodex ที่บริเวณใบหน้า โดยไม่มีการจำกัดในเรื่องเชื้อชาติ อายุ เพศ สภาพอากาศที่อาศัยอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงของโรคที่เกิดจากเชื้อ demodex จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละราย บางรายอาจไม่มีปัญหา แต่ในบางราย อาจก่อให้เกิดปัญหาที่รุนแรงได้หากไม่มีการรักษาที่ถูกวิธี

******************************************************************

Acne rosacea สิวเรื้อรังที่มีลักษณะตุ่มแดง
หรือผิวที่ขรุขระ

ปัญหาผมร่วงที่เกิดจากเชื้อไรเดโมเดกซ์

แสดงไร demodex ตามบริเวณผิวหนังมนุษย์

แสดงไร demodex ไชที่บริเวณรูขุมขน

และบทความจากเว็บที่เกี่ยวกับสุนัข ….

ขี้เรื้อน หรือ โรคเรื้อน เกิดจากสัตว์ตัวเล็กๆ 8 ขา ที่เราเรียกว่า “ไรสุนัข” (Mites)
ไรสุนัข หรือ ไมท์มี อยู่หลายชนิด อันเป็นที่มาของโรคผิวหนังแตกต่างกัน ซึ่งว่าไปแล้วโรคผิวหนังในสุนัขไม่ได้มีสาเหตุมาจากไรทั้งหมด โรคผิวหนังอาจเกิดได้จากแบคทีเรีย รา ความบกพร่องต่างๆ ของร่างกายสุนัข และโรคภายในบางอย่างก็ทำให้เกิดมีอาการขนร่วงคล้ายกับเป็นโรคผิวหนังได้ ซึ่งเหล่านี้ควรได้รับการตรวจและวินิจฉัยจากสัตว์แพทย์ อย่างไรก็ตามโรคผิวหนังที่พบมากและบ่อยครั้งมักเกิดจากไรสุนัข หรือไมท์
คนสมัยก่อนแบ่งขี้เรื้อนเป็น สองประเภท คือ ขี้เรื้อนเปียก กับขี้เรื้อนแห้ง โดยแยกตามลักษณะอาการหรือวิการที่เห็นว่าลักษณะเปียก มีน้ำเหลือง หนอง เลือดไหล ก็จัดเป็นขี้เรื้อนเปียก ถ้าตรงข้ามก็เป็นแบบแห้ง ขี้เรื้อนของคนไทยแปลมาจากคำว่า manges ซึ่งแปลว่าโรคผิวหนังที่เกิดจากไรสุนัข ไรสุนัขอย่งที่กล่าวมาแล้วมีหลายชนิด แต่ชนิดที่เห็นบ่อยๆ และเด่นๆ มี 3 ชนิดคือ
1. เดโมเดค (Demodectic mites หรือ Demodex bovis)
เจ้าตัวเดโมเดคติก ไมท์ ทำ ให้เกิดโรคผิวหนังที่ชื่อว่า เดอโมไดโคซิส (Demodicosis) ซึ่งจัดเป็นโรค mange ชนิดหนึ่ง เจ้าตัวนี้เป็นสัตว์แปดขาขนาดเล็กจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น อยู่ในขุมขนของสุนัข สัตวแพทย์ต้องนำผิวหนังมาขูดแล้วส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ ถึงจะเห็นเดโมเดค สามารถก่อให้เกิดขี้เรื้อนเปียก หรือแห้ง ขึ้นอยู่กับว่าการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนหรือไม่ ในการรักษา เนื่องจากมันอยู่ลึกไปในขุมขน ทำให้ยากต่อตัวยาที่จะแทรกซึมลงไปถึงตัวมัน

เดโมเดค เมื่อเติบโตเต็มที่
2.ซาคอปเตส (Scabies)
ซาคอปเตส หรือ ไรที่เรียกว่า ซาคอปติกไมท์ (Sarcoptic mites) เป็นไรขนาดเล็ก 8 ขาเช่นกัน แต่จะอยู่ในชั้นผิวหนังที่ตื้นกว่าเดโมเดค มีเพียงเจ้าตัวเมียที่จะวางไข่เท่านั้น พวกมันจะพยายามขุดผิวหนังในชั้นที่ลึกลงไปเพื่อวางไข่ ช่วงจุดนี้เองจะทำให้สุนัขมีอาการคันมาก (เดโมเดคก่อให้เกิดอาการคันเช่นกันแต่ไม่มากเท่าซาคอปเตส) การที่มันอยู่ในผิวหนังที่ไม่ลึกนัก ทำให้ง่ายต่อการรักษาเดโมเดค แต่ปัญหาของเจ้าตัวนี้คือ มันสามารถติดต่อถึงคนหรือผู้เลี้ยงได้ เพระาว่ามันเป็นเชื้อโรคตัวเดียวกันกับโรคหิดในคน แต่เป็นคนละชนิด แต่โชคดีที่ว่ามันเพียงดูดกินน้ำเหลืองจากมนุษย์เท่านั้น ไม่สามารถ แพร่พันธุ์ในผิวหนังมนุษย์ได้ ทำให้วงจรของมันไม่ครบวัฎจักรในผิวหนังมนุษย์ พอตัวแก่ตาย ไข่ก็ไม่สามารถฟักเป็นตัว ทำให้โรคผิวหนังที่ติดซาคอปเตสจากสุนัขในคนสามารถหายเองได้
สิ่งที่น่ากลัวอีกประการ ของซาคอปเตสที่เราพึงระวังคือ การแพร่ระบาดมันสามารถแพร่ระบาดได้รวดเร็วและติดต่อง่ายโดยการสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นสุนัขกับสุนัข หรือสุนัขกับคน ดังนั้นการสัมผัสสุนัขที่เป็นโรค ควรจะล้างมือทำความสะอาดทุกครั้ง และไม่ควรเกาตัวเวลาที่มือสกปรก ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสในกาติดซาคอปเตสมากขึ้น
3.ไรในรูหู
ไรในรูหู เจ้าตัวนี้หรือโอโทเดคเตสจะอยู่ในรูหูสุนัขทำให้สุนัขมีอาการคัน ทำให้เกิดการระคายเคือง และทำให้สุนัขขับขี้หูออกมามาก ดังนั้น สุนัขที่เป็นไรในหูจะพบขี้หูปริมาณมาก และมีสีคล้ำหรือดำ อีกประการหนึ่งคือ ขนาดของเจ้าตัวไรหูประเภทนี้จะโตกว่าสองตัวแรก จึงอาจเห็นได้ด้วยตาเปล่าเป็นจุดเล็กๆ สีขาว
ไรประเภทนี้มีหลายชื่อ เดโมเดคทำให้เกิดโรคผิวหนัง คือ mange แต่ฝรั่งเรียกชื่อเดียวกันนี้แตกต่างกันไปตามอาการหรือแหล่งที่อยู่ของมัน เช่น กรณีที่เป็นไรอยู่ในรูขุมขน สร้างความระคายเคืองกับเนื้อเยื่อรอบๆ อักเสบ เป็นสีแดง ทำให้ขนหลุดร่วง ฝรั่งบางคนจึงเรียกว่าเป็น red mange หรือการที่มันอยู่ในรูขุมขน บางคนจึงเรียกมันว่า folicular mange
——————————————————
เดโมเดค เป็นไร 8 ขาที่ขนาดเล็กมาก รูปร่างของมันยาวรี คล้ายสัตว์ประหลาดหรือหนอนมากกว่า มันมีขนสั้นมาก ซึ่งน่าจะเรียกว่า buds มกากว่าขา มันดำรงชีวิตโดยการดูดน้ำเลี้ยงน้ำเหลืองจากสัตว์ที่มันไปอาศัย เดโมเดคมีหลายชนิด พบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิดแตกต่างกันไป บางตำราบอกว่ามันเป็นโฮสต์สเปซิฟิค (Host specific) ก็คือ เดโมเดคชนิดที่พบในสัตว์ชนิดหนึ่งที่ไม่แพร่ข้ามไปมาระหว่างสัตว์ต่างชนิด เช่น เดโมเดคของสุนัขจะไม่ไปติดแมว เดโมเดคของแมวก็จะไม่ไปติดกระต่าย แต่มีผลงานวิจัยเพิ่มเติมเมื่อไม่นานนี้ว่า พบเดโมเดคสามารถติดต่อได้ในสัตว์ที่มีความเป็นเครือญาติใกล้กันได้บ้าง เช่นว่า เดโมเดคของสุนัขบ้านสามารถพบในสุนัขป่าบางชนิดของอเมริกา

เดโมเดค

เดโมเดคมีชื่อเฉพาะซึ่งแตกต่างกันไปตามแหล่งที่พบในสัตว์แต่ละประเภท ที่มีชื่อสปีชีว่า เคนิส หรือเดโมเดค เคนิส (Demodex Canis) หลายๆ คนไม่ทราบว่าคนเราก็มีเดโมเดคอาศัยอยู่เช่นกัน แต่คนละสปีชีกับสุนัข ดังนั้น เดโมเดคในสุนัขไม่สามารถติดต่อมาถึงคนได้ เพราะคนกับสุนัขมีความห่างทางเครือญาติ หรือมีวิวัฒนาการแตกต่างกันมาก แม้จะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหมือนกัน
ตามธรรมชาติเดโมเดทพบได้ ทั่วไปในสุนัขทุกตัว และจะไม่ก่อให้เกิดโรคผิวหนังตราบใดที่มันยังมีจำนวนน้อย และภูมิคุ้มกันแข็งแรงปกติดี พวกมันจึงจัดเป็นพวก นอร์มัล ฟลอร่า หรือเชื่อที่พบเห็นได้ทั่วไปในร่างกายสัตว์ที่ปกติ เดโมเดคถ่ายทอดกันโดยการสัมผัสโดยตรงเท่านั้น (Direct contact) การสัมผัสโดยตรงจากแม่สุนัขถึงสุนัขแรกเกิดช่วงระยะแรกของชีวิตเท่านั้น มีผลงานวิจัสนับสนุนมานานแล้วว่าเดโมเดคถ่ายทอดโดยวิธีนี้ เขาพบว่าการผ่าท้องคลอดแล้วแยกลูกสุนัขออกมาเลี้ยงเอง ลูกสุนัขชุดนั้นไม่พบเดโมเดค แต่ถ้าให้คลอดตามธรรมชาติ ก็ยังมีโอกาสที่ลูกสุนัขจะได้รับเชื้อจากปากช่องคลอด ตามทฤษฎีนี้เชื่อว่าเดโมเดคไม่ถ่ายทอดจากสุนัขโตตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่ง แม้ว่าจะเลี้ยงด้วยกัน และเดโมเดคอยู่ในขุมขนของสุนัขเท่านั้น ไม่อยู่ภายนอกร่างกายสุนัขหรือสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น พื้นคอก กรง จานชาม ดังนั้น กรณีการติดต่อผ่านชามสุนัขทีทำความสะอาดแล้วก็ตาม จึงไม่ใช่กรณีของเดโมเดค ผู้เลี้ยงไม่จำเป็นต้องทำการทรีตหรือใส่ยาฆ่าเชื้อตามอุปกรณ์ต่างๆ หรือสิ่งแวดล้อมภายนอก เหมือนกรณีของไรบางชนิด หรือกรณีของเห็บ แต่อย่างไรก็ตาม โรคผิวหนังที่เกิดจากเดโมเดค ยังควรจะต้องให้ความระมัดระวังในเรื่องของความสะอาด เพื่อสุขภาพอนามัยของคอก และป้องกันการติดเชื้ออื่นแทรกซ้อนในสุนัขป่วย
การเกิดเดโมไดโคซิส
เมื่อลูกสุนัขได้รับเชื้อ เดอโมเดคจากแม่ของมัน มันจะยังไม่แสดงอาการเนื่องจากอาจเป็นไปได้ว่าพวกมันยังได้รับภูมิคุ้มกัน จากแม่สุนัขอยู่ ตำราต่างประเทศบอกว่าลูกสุนัขจะมีอาการของโรคผิวหนังจากเดโมเดคช่วง 4 เดือนไปแล้ว ฝรั่งเรียกว่า Puppy Mange
การเกิดอาการโรคผิวหนัง เนื่องมาจากภูมิคุ้มกันของลูกสุนัขไม่สามารถควบคุมการเพิ่มของจำนวนเดโมเด คได้ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันหรืออิมมูนลูกสุนัขยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ภูมิคุ้มกันจะค่อยๆ พัฒนาขึ้นแข็งแรงมากขึ้นตามการเจริญเติบโตของร่างกาย ดังนั้นปกติสุนัขที่มีอาการของโรคเดโมเดคสามารถหายเองได้ (self heal of self cure) เมื่อลูกสุนัขเจริญวัยขึ้น มีภูมิคุ้มกันขึ้นจนสามารถควบคุมการเพิ่มของเดโมเดคในตัวของมันได้ เดอโมไดโคซิสที่พบในลูกสุนัขส่วนใหญ่จะเกิดเฉพาะที่ เช่น บริเวณรอบดวงตา หน้าอก หรือแข้งขา เป็นรอย ขนร่วง คล้ายๆ มีแมลงมาแทะ การหลุดร่วงเฉพาะที่ ฝรั่งจะเรียกว่า localized
การรักษา โรคเดโมเดคเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เนื่องจากมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับระบบที่สำคัญที่สุดระบบหนึ่งของร่าง กายสุนัข คือ ระบบภูมิคุ้มกัน การที่ปล่อยให้เดโมไดโคซิสในลูกสุนัขหายเอง และไม่ควรไปทรีตยาอะไรเนื่องจากเขาต้องการจะให้แน่ใจว่าลูกสุนัขตัวนั้นมี ภูมิคุ้มกันที่ปกติหรือไม่ เพราะถ้าลูกสุนัขเป็นลูกสุนัขปกติแล้ว เราไปทำการรักษา ไม่ปล่อยให้หายเอง เท่ากับไปยอมรับแล้วว่าสุนัขตัวนั้นเป็นโรคและการใช้ยาก็จะมีผลต่อการทำงาน ของภูมิลูกสุนัขตัวนั้นต่อไป นั่นคือ แม้ว่าเราจะสามารถควบคุมจำนวนเดโมเดคในลูกสุนัขตัวนั้นด้วยยาได้ แต่ลูกสุนัขตัวนั้นคล้ายๆ กับว่าจะต้องพึ่งการรักษาไปตลอดชีวิตของมัน จึงมีโอกาสเป็นโรคเดอโมไดโคซิสได้อีก
เดโมเดคกับพันธุกรรม
เดโมเดคไม่ได้ถ่ายทอดทาง พันธุกรรม แต่เนื่องจากความสัมพันธ์กับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสุนัข เราจึงควบคุมและระมัดระวังเดโมเดคเหมอนกับโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เพราะว่าภูมิคุ้มกันสามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้ สุนัขโตทีเ่ป็นโรคผิวหนังจากเดโมเดคเป็นเครื่องแสดงถึงการมีภูมิคุ้มกันที่ ปกติ และจะถ่ายทอดไปยังรุ่นลูกต่อไป ลูกของมันจึงมีโอการเป็นเดอโมไดโคซิสสูงขึ้นไปอีกด้วย สัตวแพทย์จึงแนะนำไม่ให้ทำการผสมสุนัขโตที่เคยเป็นเดโมเดคเด็ดขาด แม้วว่าตอนผสมจะได้รับการรักษาอาการที่ผิวหนังให้หายไปแล้วก็ตาม ข้อเท็จจริงนี้ทำให้เดโมเดคระบาดในเมืองไทยมาก เนื่องจากคนไทยไม่ค่อยใส่ใจเรื่องการควบคุมการผสมพันธุ์ เห็นได้ชัดจากกรณีหมาจรจัด หรือจะเป็นหมาที่เลี้ยงตามบ้านหรือตามคอกก็ตาม
ความน่ากลัวของเดโมเดค
เนื่องจากเดโมเดคไม่ได้ เกิดจากความสกปรก แต่เกิดจากเดโมเดคซึ่งสัตวแพทย์บางท่านให้ความเห็นว่า บางตัวไม่สามารถรักษาให้หายได้ นี่คือความน่ากลัวของเดโดเดค เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน และสามารถสร้างสารที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานไม่สมบูรณ์ ไมสามารถควบคุมการเพิ่มจำนวนของมันได้อีกต่อไป ความน่ากลัวประการต่อมาคือ มีตัวยาเพียงไม่กี่ชนิดที่จะแทรกซึมเข้าไปถึงตัวเดโดเดคได้ เนื่องจากมันอยู่ลึกลงไปในขุนขน ซึ่งยากต่อการเข้าถึง
เหตุผลประการสำคัญที่ไม่ สามารถรักษาเดโมเดคในสุนัขบางตัวได้ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของสุนัขตัวนั้นล้มเหลว ไม่ตอบสนองต่อยาต่างๆ (Failure of the immune system) อีกประการหนึ่งก็คือ สุนัขตัวนั้นเป็นโรคร้ายแรงอื่นๆ เช่น มะเร็ง, เบาหวาน
การตรวจและวินิจฉัย
สัตวแพทย์จะทำการตรวจหา เชื้อเดโมเดคด้วยวิธีการใช้ใบมีดขูดผิวหนังและนำไปส่องกล้องจุลทรรศน์ หรือทำการไบออฟซี่ ซึ่งเป็นการตัดตัวอย่างชิ้นเนื้อไปวิจัย (Skin scrapping and Biopsy) เนื่องจากเดโมเดคอยู่ลึกจนมีเลือดซึมออกมาก การบีบผิวหนังบริเวณที่มีอาการแล้วขูด จะเพิ่มโอกาสให้ขูดพบเชื้อได้ง่ายขึ้น
การรักษา

ในสมัยก่อนคนโบราณใช้ กำมะถัน น้ำมันก๊าด หรือน้ำหน่อไม้ดองมารักษาสุนัขที่เป็นขี้เรื้อน ตัวยาพื้นบ้านเหล่านี้รักษาโรคผิวหนังที่เกิดจากไรได้เท่านั้น ไม่ใช่เดโมเดค อาจจะรักษาได้ในกรณีของซาคอปเตสอยู่ชั้นผิวหนังที่ตืนกว่า แต่ยาเหล่านี้ไม่อาจจะแทรกซึมหรือฆ่าเดโมเดคได้เลย ยาที่ต่างประเทศนิยมใช้คือ Mitaban (เป็น amitraz) ตัวหนึ่ง ซึ่งจัดเป็นยาฆ่าแมลงชนิดหนึ่ง รักษาด้วยการจุ่มหรือแช่ยาสุนัขทั้งตัว (ยกเว้นส่วนหัว) หรือจะใช้ฟองน้ำชุบ ซึ่งวิธีการเหล่านี้อยู่ประเภท Dipping ด้วยความเข้มข้นของตัวยาประมาณตั้งแต่ 2 ซีซีต่อน้ำ 1 ลิตขึ้นไป (ควรปรึกษาสัตวแพทย์ เพราะความเข้มข้นมีความสำคัญต่อการรักษา ถ้าเข้มข้นน้อยไปไรก็ไม่อาจตาย แต่ถ้ามากไปก็จะเป็นพิษต่อสุนัข) ยานี้มีผลข้างเคียงในสุนัขบางตัว หรือต่อคน ทำให้เกิดอาการมึนศีรษะ วิงเวียน อาเจียน ถ้าอาการข้างเคียงไม่หายเองใน 24 ชั่วโมง ควรไปพบแพทย์หรือสัตวแพทย์พร้อมนำฉลากยาไปด้วย

ทำการจุ่ม Amitraz จำนวน 6-8 ครั้งติดต่อกัน แต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที แต่ละครั้งห่างกัน 1-2 อาทิตย์ และต้องทำติดต่อกันไป 6-8 ครั้ง ซึ่งการรักษาจะมีการสังเกตอาการภายนอกร่วมกับการขูดดูเชื้อผ่านกล้องจนกว่า จะไม่เจอวิการ ขูดไม่เจอเชื้อ สุดท้ายจึงหยุดทรีตยา
มีข้อแนะนำว่าก่อนทรีต Amitraz ผิวหนังของสุนัขต้องแห้งและสะอาด สัตวแพทย์บางคนแนะนำให้ใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของยา Benzoylperoxide มีสรรพคุณเปิดรูขุมขนให้กว้างขึ้น เพื่อให้ยา Amitraz ซึมเข้าไปมากขึ้น หลังจากแช่ Amitraz นาน 10-15 นาทีดังกล่าว ก็นำสุนัขขึ้นจากบ่อยาโดยปล่อยให้ยาแห้งไปเอง โดยไม่ต้องล้างหรือเช็ดตัวยาออก

แนะนำผลิตภัณฑ์ที่ช่วยควบคุมเชื้อไรเดโมเดคไม่ให้เกิดปัญหา

สบู่ ล้างหน้าพร้อมถูตัว, โฟมล้างหน้า, แชมพูสระผม, ครีมบำรุงผิว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *