Posted on

3 อย่างที่สำคัญที่สุดสำหรับการดูแลพรรณให้สวยใส

3อย่างที่สำคัญที่สุดสำหรับการดูแลพรรณให้สวยใส
การดูแลผิวนั้นไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง จะต้องใสใจดูแลขั้นตอนสำคัญๆ เอาใจใส่ให้ดี คือ
ขั้นตอนที่หนึ่ง การทำความสะอาดผิว หนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดอีกหนึ่งขั้นตอนที่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางชั้นนำ หลายๆยี่ห้อต้องให้ความสำคัญ เพราะถ้าเราดูแลทำความสะอาดดีแล้วก็จะช่วยลดปัญหาต่างๆได้มากมาย เพราะถือได้ว่าขั้นตอนนี้เป็นการปกป้องดูแลผิวขั้นแรกเลยในการใช้เครื่องสำอาง ถ้าเราดูแลไม่ดีแล้วก็จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับผิวหน้าตามมาต่างๆมากมาย ซึ่งในปัจจุบันมักจะมองข้ามขั้นตอนนี้ และผู้หญิงส่วนใหญ่นั้นจะเน้นในการแต่งหน้า ปกปิดปัญหาต่างๆ โดยที่ไม่เข้าใจธรรมชาติของผิว ธรรมชาติของร่างกาย จะสังเกตได้จากบางคนแต่หน้าเข้มมาก แป้งหนา ปกปิดจนดูไม่มั่นใจ เพราะมัวแต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปเรื่อยๆปัญหาก็ยิ่งสะสมจนในที่สุดเอาไม่อยู่ต้องพึ่งทางเคมี ทางการแพทย์เข้าช่วย ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นเราควรใส่ใจอย่ามองข้ามขั้นตอนสำคัญนี้ ใช้สินค้าที่มีคุณภาพ คุ้มค่ากับราคา ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะแยกไม่ออกระหว่างของราคาสูง กับของราคาแพง แน่นอนว่าโดยส่วนใหญ่แล้วถ้าสินค้าคุณภาพสูงราคาก็จะสูงตาม
ขั้นตอนที่สองที่สำคัญ คือขั้นตอนการบำรุงผิวพรรณ ไม่มีครีมอะไรที่จะทำให้ผิวเราดีได้ภายในพริบตา ต้องใช้เวลากันทั้งนั้น อย่างน้อยๆจะให้ชัดเจนต้องประมาณ 1 เดือนหลังการใช้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ควรเลือกเครื่องสำอางที่เหมาะกับสภาพผิวและศึกษาการใช้อย่างละเอียด อย่าใช้ตามใจ หรือใช้ตามคนอื่นทั้งที่ผิวไม่เหมือนกัน นอกจากจะทำให้เห็นช้า หรือไม่เห็นผลแล้วอาจจะทำให้เกิดปัญหาก็ได้ เสียเงิน เสียเวลา และเสียความรู้สึก เสียกำลังใจได้
ขั้นตอนที่สามสำคัญไม่แพ้กับสองขั้นตอนแรก คือการปกป้องผิว ไม่ว่าเราจะมีการดูแลทำความสะอาดผิวดีแค่ไหน บำรุงด้วยครีมบำรุงที่ดีที่สุด แต่ถ้าขาดการปกป้องผิวจากการทำลายจากมลภาวะในด้านต่างๆแล้ว ก็อาจจะสูญเปล่าได้ ซึ่งการปกป้องนั้นไม่ใช้ว่าจะมีแค่ภายนอกอย่างเดียว คือการทาครีมปกป้องแต่รวมไปถึงการใช้ชีวิต เช่นอาหารการกิน การพักผ่อน หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ
ถ้าทำได้สามขั้นตอนหลักๆนี้ได้รับรองว่าคุณจะสวยแบบธรรมชาติที่สุด ซึ่งเครื่องสำอางคังเซน ก็ตระหนักถึงสามอย่างนี้เป็นอย่างดี โดยเน้นผิวสวยด้วยผิวจริงไม่ต้องปกปิด ซึ่งทำให้เป็นเอกลักษณ์ และลูกค้ายอมรับมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี

Posted on

วิเคราะห์ผิวด้วยตัวท่านเองก่อนซื้อและใช้เครื่องสำอางคังเซน

วิเคราะห์ผิวด้วยตัวท่านเองก่อนซื้อและใช้เครื่องสำอางคังเซน…โดย ณัฐวัฒณ์ ศรีมุงคุณ

จาก ประสบการณ์ในการธุรกิจความสวยความงามกับ คังเซน นะครับ ผมได้รับฟังและเจอคำถาม ซ้ำๆๆ เดิมๆๆ ผมเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอางค์ยี่ห้อไหนๆๆ ก็คงเจอเหมือนกัน ว่ามีทั้งคนที่ใช้แล้วเห็นผลดี และมีทั้งใช้แล้วมีความสวยลดลง แต่ยังงัยท่านคงเคยได้ยินนะครับในโลกนี้ไม่มีอะไร 100% ถ้าอย่างนั้นคงมีสินค้ายี่ห้อเดียวจริง บ่ครับผม…พี๋น้อง.. และที่ผมจะพูดคุยสู่กันฟังต่อไปนี้ เกิดจากประสบการณ์ และจากการศึกษามา จากหลายๆๆที่ ยังงัย ก็ลองนำไปวิเคราะห์ดูกับสภาพผิวของท่านดูนะครับ เกี่ยวกับสิว กระ ฝ้า ว่าท่านมีปัญหาที่ไหนบ้าง น่าจะเกิดจากอะไร ท่านจะได้สังเกตตัวเอง และดูแลได้ถูกจุดคร๊าบ…..

1. สำหรับท่านที่มี สิวอักเสบบริเวณ ตรงกลางแก้มทั้งสองข้างหรือข้างใดก็ตาม สิวตรงนี้มักเกิดจาก การเปลี่ยนแปลงของสภาวะฮอร์โมน ความเครียด หรือช่วงที่กำลังเข้าสูวัยรุ่น ถ้าผู้หญิงก็อาจเกิดจากระบบเลือด หรือรอบเดือนไม่ปกติ มาขาดบ้าง น้อยบ้าง เป็นลิ่มหรือก้อน มีกลิ่นรุนแรง นี่คืออาการเริ่มบ่งบอกว่ามดลูกไม่ปกติ ต่อไปภายหน้าอาจจะเป็นโรคมะเร็ง หรือเนื้องอกได้นะครับ ถ้ารู้ก่อนก็ต้องดูแลตัวเองมากขึ้นนะครับ ถ้าผู้หญิงระบบเลือดดี ผิวก็จะสวยเองครับ นี่คือสาเหตุที่เกิดจากภายใน ครีมที่ดีที่สุดในโลกก็ช่วยท่านได้แค่ทำให้ผิวดีขึ้นบ้างแต่ไม่หายขาดนะครับ ผม ส่วนผู้ชายก็ดูแลตัวเองเช่นออกกำลังกาย ลดอาหารจำพวกเนื้อนะครับ ส่วนผลิตภัณฑ์คังเซนที่ผมจะแนะนำก้อยุในชุด ประหยัดที่สุดและก็หน้าจะเห็นผลตรงประเด็นที่สุดครับ แต่ผมไม่ได้รับรอง 100% นะครับ โดยกว่า 80% เห็นผลดีครับ ไม่แน่ว่าท่านจะเป็นชนกลุ่มน้อยรึเปล่านะ คร๊าบ…ผม.

2. สิว กระ ฝ้า ที่เกิดบริเวณ รอบปาก ตั้งแต่บริเวณหนวด จนถึงใต้คาง ท่านลองสังเกตตัวเองดูนะครับว่าท่านมีปัญหาเกี่ยวกระเพาะหรือระบบทางเดิน อาหารรึเปล่า หรือว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึก แล้วทำให้ขับถ่ายไม่เป็นเวลา ก็ต้องดูแลเรื่องนี้ควบคู่กับการใช้เครื่องสำอางคังเซนด้วยนะครับ..

3. สิวที่เกิดทั่วไป อันนี้มีหลายสาเหตุครับ ก็ต้องสังเกตตัวเองนะครับว่าแพ้อะไรรึเปล่า หรือทำความสะอาดผิวหน้าไม่ดี หรือโดนไรผมรึเปล่า หรือว่าลืมอาบน้ำนะคร๊าบ..55.

4. กระและฝ้าบริเวณโหนกแก้ม มักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะฮอร์โมน ความเครียด หรือช่วงที่กำลัง ตั้งครรภ์ ในช่วง 5 เดือนแรกอาจจะเห็นฝ้าขึ้นมา หรือหลังการคลอดบุตร หรือรอบเดือนไม่ปกติ มาขาดบ้าง น้อยบ้าง เป็นลิ่มหรือก้อน มีกลิ่นรุนแรง นี่คืออาการเริ่มบ่งบอกว่ามดลูกไม่ปกติ ต่อไปภายหน้าอาจจะเป็นโรคมะเร็ง หรือเนื้องอกได้นะครับ ถ้ารู้ก่อนก็ต้องดูแลตัวเองมากขึ้นนะครับ ถ้าผูชายเป็นก็คาดได้ว่าตับไม่ค่อยจะเดีแล้วครับ เช่นคนที่ดื่มเล้าจัด หรือติดไวรัสตับอักเสบ หรือเป็นโรคตับ ก็ สังเกตุด้วยนะครับ คังเซนเราก็มีตัวที่ช่วยบำรุงอีกนั่นแหละครับ เพราะแค่ครีมอย่างเดียวคงไม่ไหว ที่นี้ท่านก็จะทั้งสุขภาพดี และผิวสวยด้วยนะครับผม
ที่ผมเล่ามานี้เป็นแค่ความรูเบื้องต้นในการสังเกต และดูแลตัวเอง เพื่อจะได้ใช้วิเคราะห์ก่อนใช้ ผลิตภัณฑื เครื่องสำอางและอาหารเสริม ของคังเซนได้ถูกจุด ตรงใจ ทันเวลา และที่สำคัญประหยัดตังค์ ด้วยนะครับผม อาการ ปิดปกติร่างกายแต่คนอาจจะแสดงอาการต่างกันครับผมเล่าให้ฟังนี้มาจากการศึกา และประสบการณ์ถ้าท่านใดมีข้อมูล ขอตรงไหนไม่ถูกต้องกระรุณาแจ้งและนำเสนอช่วยกันได้นะครับ จะได้สวย ใส สุขภาพดีกันทุกๆท่าน

สินค้าแนะนำชุดประหยัดสำหรับคนเริ่มใช้ สอบถามตัวต่อตัว เรื่องการใช้สินค้า การจัดสินค้า ผล และระยะเวลาการใช้สินค้า ได้ที่ 081-3921132 , 02-8668808 คุณ รัศมี ข้อสกุลค่ะ

Posted on

การเกิดสิว โดย พญ. สุหัทยา อังสุวรังษี

ตำแหน่งต้นตอที่เกิดสิว คือ ต่อมไขมัน ต่อมไขมันมีหน้าที่ผลิตไขมัน และมีท่อเปิดออกสู่รูขุมขน เพื่อให้ไขมันออกมาหล่อลื่นผิวหนังภายนอก ต่อมไขมันที่แต่ละตำแหน่งของร่างกาย มีขนาดและความหนาแน่นไม่เท่ากัน บริเวณใบหน้าจะมีต่อมไขมันขนาดใหญ่ และหนาแน่นกว่าบริเวณอื่น เราจึงพบสิวบริเวณใบหน้าได้บ่อย ตำแหน่งอื่นอีก ที่พบสิวได้บ่อย ได้แก่ บริเวณหลัง หน้าอกและไหล่

กลไกในการเกิดสิว มีหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่

มีความผิดปกติของการแบ่งตัว ของเซลล์ผิวหนังบริเวณรูขุมขน ทำให้เกิดการอุดตัน

ต่อมไขมันมีการสร้างไขมันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตัวการสำคัญ ในการกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันก็คือ ฮอร์โมนแอนโดรเจน ซึ่งจะเพิ่มขึ้นในช่วงวัยรุ่น ดังนั้น เราจึงเริ่มพบสิวในช่วงวัยรุ่น เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของระบบฮอร์โมนในร่างกาย

เชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium acnes ซึ่งมีอยู่บริเวณรูขุมขน จะย่อยสลายไขมันเป็นกรดไขมันอิสระ ทำให้เกิดการอักเสบขึ้น

ลักษณะสิวที่เราเห็น จึงมีหลายแบบ อาจแบ่งง่ายๆ เป็น

สิวที่ไม่มีการอักเสบ ได้แก่ สิวอุดตันหัวปิด (closed comedone , white head) และ สิวอุดตันหัวเปิด (open comedone , black head)

สิวที่มีการอักเสบ อาจเห็นเป็นตุ่มแดง ตุ่มหนอง หรือเป็นก้อนคล้าย cyst ที่มักเรียกกันว่า สิวหัวช้าง

โดยทั่วไป มักพบสิวหลายๆ ลักษณะ ปะปนกัน ทั้ง สิวอุดตัน สิวอักเสบ ซึ่งแล้วแต่ความรุนแรงในแต่ละคน ในช่วงก่อนเข้าวัยรุ่น มักพบเป็นสิวอุดตัน บริเวณหน้าผาก ในวัยรุ่นผู้ชาย จะพบสิวที่อักเสบรุนแรงได้บ่อยกว่าในผู้หญิง เป็นต้น การแบ่งชนิดและความรุนแรงของสิว ก็เพื่อประโยชน์ ในการเลือกใช้วิธีการรักษาต่อไป

โดย กลไกการเกิดสิว พญ. สุหัทยา อังสุวรังษี

Posted on

สาเหตุของการเกิดฝ้า

ฝ้า มักขึ้นบริเวณใบหน้า มีลักษณะสีน้ำตาลอมดำ อาจมีขนาดแตกต่างกัน มีตั้งแต่เป็น
หย่อมเล็ก ๆ จนกระทั่งขนาดใหญ่ บริเวณที่มักเกิดฝ้ามากที่สุด คือ โหนกแก้ม สันจมูก และอาจเกิด
ที่หน้าฝาก โดยทั่วไปฝ้าจะเกิดกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป จนถึงผู้สูงอายุ เมื่อเราเกิดฝ้าขึ้นก็ไม่ควร
วิตกกังวล เพราะฝ้ามักจะเกิดบริเวณผิวหนังส่วนที่ถูกแดด ควรระวังไม่ให้ถูกแดดซ้ำ และหากจำเป็น
ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ทาฝ้า ต้องใช้ให้ถูกวิธี อ่านฉลากให้ละเอียดก่อนซื้อ การใช้ผลิตภัณฑ์ก็จะปลอดภัย

สาเหตุของการเกิดฝ้า
การเกิดฝ้ามักเกิดบริเวณผิวหนังส่วนที่ถูกแดด ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า หรือตามตัว ทั้งนี้เนื่อง
จากเซลล์สร้างสีในผิวหนัง (Melanocyte) ได้รับสิ่งกระตุ้น ทำให้เกิดการสร้างเม็ดสีเมลานิน
(Melanin) เพิ่มมากขึ้น จนมองเห็นเป็นหย่อมสีหรือฝ้านั้นเอง ซึ่งฝ้าอาจเกิดจากสาเหตุใด สาเหตุหนึ่ง
หรือหลายสาเหตุร่วมกัน ดังนี้
1. แสงแดด เป็นที่ทราบกันดีว่าแสงแดดประกอบด้วยรังสีหลายชนิด ซึ่งมีทั้งประโยชน์
และโทษ แสงที่ทำให้เกิดฝ้าก็คือ รังสีอุลตราไวโอเลต (Ultraviolet) ซึ่งจะมีปริมาณในแสงแดด
มากน้อยแตกต่างกันตามช่วงเวลา สถานที่ และสภาวะอากาศ เช่น แสงอุลตราไวโอเลต จะมีมากใน
ช่วงเวลา 10.00-14.00 น. แสงแดดในช่วงนี้มีผลทำให้ ผิวหนังเกิดการไหม้เกรียม และเกิดฝ้าได้ จึงควร
หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดในช่วงเวลา ดังกล่าว หรือปกป้องไม่ให้ผิวโดนแสงแดด
2. ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย เช่น การใช้ยาคุมกำเนิด หรือในภาวะการตั้งครรภ์
จะทำให้มีการเพิ่มเม็ดสีเมลานิน ซึ่งจะเห็นได้บริเวณหน้าผากและแก้ม และการใช้ยาที่มีสูตรโครงสร้าง
คล้ายฮอร์โมน ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฝ้าเช่นกัน
3. สารเคมีในเครื่องสำอาง โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่ใช้กับใบหน้า เช่น ครีมบำรุงผิว ครีมทำให้
ความชุ่มชื้น (moisturizer) และน้ำหอม ซึ่งสารเคมีในเครื่องสำอางเหล่านี้ อาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาของ
ผิวหนังต่อแสงแดดทำให้บางคนอาจเกิดเป็นฝ้าได้
การป้องกันและรักษาฝ้า
เมื่อทราบถึงสาเหตุการเกิดฝ้าแล้ว เราควรหลีกเลี่ยง สิ่งที่จะก่อให้เกิดฝ้าดังนี้
1. ควรหลีกเลี่ยงจากแสงแดด ความร้อน โดยใช้สิ่งกำบังหรือป้องกัน เช่น ร่ม หมวก ผ้า คลุมหน้า เป็นต้น กรณีสงสัยว่ายาคุมกำเนิดที่รับประทานอยู่เป็นสาเหตุที่ ทำให้เกิดฝ้า ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกร
2. ไม่ควรใช้ยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ พักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้ ผ่องใส ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย ไม่เครียดหรือ วิตกกังวล เพราะอาจเกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมนได้
3. ควรทดสอบเครื่องสำอางก่อนใช้ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เกิดอาการแพ้ เมื่อใช้ เครื่องสำอางนั้นสำหรับการรักษาฝ้า ถ้ามีฝ้าขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากถูกแสงแดด ควรระวังและหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกแสงแดดซ้ำอีก จะช่วยให้ฝ้าจางหายไปได้ ในกรณีที่เป็นมาก ไม่ควร ใช้ยาหรือเครื่องสำอาง ด้วยตนเอง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ ถ้าเป็นไม่มาก อาจใช้เครื่องสำอางสำ หรับฝ้าได้ แต่จะ ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน และต้องใช้ให้ถูกวิธี ดังจะกล่าวต่อไปนี้
ผลิตภัณฑ์สำหรับฝ้า
เครื่องสำอางที่ใช้สำหรับฝ้านั้น จะมีส่วนผสมของสารเคมีรวมอยู่ด้วย ถ้าใช้โดยไม่ระมัดระวัง
หรือใช้ไม่ถูกวิธี ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ได้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจึงได้ออก
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้สารไฮโดรควิโนน เป็นสารห้ามใช้ผสมในผลิตภัณฑ์สำหรับ
ฝ้า ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2539 โดยห้ามผู้ใดผลิต หรือนำเข้าเครื่องสำอางที่มีส่วน
ผสมของสารไฮโดรควิโนน
สาเหตุที่ห้ามใช้สารไฮโดรควิโนนในผลิตภัณฑ์สำหรับฝ้า เนื่องจากสารไฮโดรควิโนน
มีฤทธิ์กดการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี (melanin) ของผิวหนัง ขณะที่ใช้ ผลิตภัณฑ์ฝ้าจะจางลง
แต่ถ้าหยุดใช้ฝ้าก็จะกลับมาเข้มเหมือนเดิม จึงได้ศึกษาทางวิชาการและพบว่า การใช้สารไฮโดรควิ-
โนนในผลิตภัณฑ์สำหรับฝ้าเป็นเวลานาน อาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ได้ คือ จะเกิดการทำลายเซลล์
สร้างสีที่ผิวหนังเกิดการด่างขาว และอาจทำให้ผิวหนังบริเวณที่ใช้มีสีคล้ำขึ้น คล้ายสีน้ำเงินอมดำ
ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อในชั้นของหนังแท้ (Collagen) และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เรียกว่า
โอโครโนซิส ถ้ามีจำนวนมาก ผิวจะกลายเป็นสีดำ จะรักษาด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับฝ้าไม่หาย ซึ่งเรียกว่า
เกิดฝ้าถาวร
โดยทั่วไปแล้วผลิตภัณฑ์สำหรับฝ้ามักมีส่วนประกอบ ดังนี้
สารประกอบพื้นฐาน
สารสำคัญที่มีคุณสมบัติลดฝ้า เช่น บิสมัทซับกัลเลต บิสมัทซับไนเตรต เป็นต้น
โดยสารเหล่าสนี้ต้องมีปริมาณที่เหมาะสม
สารกันหืน (antioxidant)
วัตถุกันเสีย (preservative)
การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับฝ้า
1. เลือกซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับฝ้าที่มีฉลากภาษาไทยแสดงรายละเอียดครบถ้วน ดังจะได้กล่าว
ถึงในการแสดงฉลาก
2. ลักษณะภาชนะบรรจุควรอยู่ในสภาพสมบูรณ์ หากมีรอยฉีกขาดหรือแตก ไม่ควรซื้อมาใช้
เพราะอาจเสื่อมสภาพหรือปนเปื้อนสิ่งสกปรก
3. เลือกซื้อจากแหล่งผลิตและจำหน่ายที่แน่นอน เชื่อถือได้
4. ไม่ซื้อตามคำโฆษณา หรือที่มีของแถม
5. ไม่ซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเก่า หรือมีสี กลิ่น เปลี่ยนไปจากเดิม เพราะอาจเสื่อมคุณภาพแล้ว

การแสดงฉลากผลิตภัณฑ์สำหรับฝ้า
ฉลากผลิตภัณฑ์สำหรับฝ้า ข้อความที่แสดงต้องเป็นภาษาไทยอย่างน้อยต้องมีข้อความ ดังนี้
ชื่อเครื่องสำอาง และ/หรือ ชื่อทางการค้า
ประเภทหรือชนิดของเครื่องสำอาง
ถ้าเป็นเครื่องสำอางควบคุมพิเศษต้องมีข้อความว่า”เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ” หรือเครื่อง
สำอางควบคุมก็ต้องมีข้อความ “เครื่องสำอางควบคุม” ชื่อและปริมาณของส่วนประกอบที่สำคัญ
ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือนำเข้า กรณีนำเข้าต้องแสดงชื่อผู้ผลิต และประเทศที่ผลิตด้วย
แสดงครั้งที่ผลิต
วันเดือนปีที่ผลิต
วิธีใช้
ปริมาณสุทธิ
คำเตือน
ข้อควรระวังในการใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับฝ้า
เนื่องจากผลิตภัณฑ์สำหรับฝ้ามีส่วนประกอบของสารเคมี จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ดังนี้
1. ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ทาฝ้า ควรอ่านฉลาก วิธีใช้บนฉลากให้ละเอียด และปฏิบัติตาม หากมี
คำเตือนควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
2. ควรทดสอบก่อนใช้ โดยทาครีมบริเวณหลังใบหู ทิ้งไว้โดยไม่เช็ดออก และตรวจสอบเมื่อ
ครบ 24 และ 48 ชั่วโมง ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น มีผื่นแดง หรือคัน ไม่ควรใช้ครีมนั้นต่อไป
3. หยุดใช้ทันที เมื่อมีอาการผิดปกติหรือสงสัยว่ามีอาการแพ้ และรีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที
4. เวลาใช้ต้องระวังอย่าให้เข้าตา เพราะอาจเป็นอันตรายต่อตาได้
5. หากใช้ติดต่อกันประมาณ 1 เดือน ไม่ได้ผลควรเลิกใช้
ฝ้าที่ขึ้นบนใบหน้า นับเป็นสิ่งที่หลายท่านวิตกกังวล เพราะทำให้ความสวยงามลดน้อยลง
จึงต้องซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับฝ้ามาใช้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีส่วนผสมของสารเคมี ถ้าใช้โดยไม่ระมัด
ระวังอาจเกิดอันตรายได้ ถ้าหากเป็นฝ้าเพียงเล็กน้อยที่มีสาเหตุมาจาก โดนแสงแดด ก็ควรป้องกันไม่ให้
ถูกแสงแดดซ้ำหรือถ้าเป็นฝ้าเพียงเล็กน้อย จำเป็นต้องใช้ ผลิตภัณฑ์สำหรับฝ้าควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์
ที่ไม่มีสารห้ามใช้ ฉลากต้องแสดงข้อความเป็นภาษาไทย และใช้โดยระมัดระวัง ปฏิบัติตามวิธีใช้และ
คำเตือนอย่างเคร่งครัด ก็จะปลอดภัยในการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

Posted on

ครีมบัวหิมะ หรือ จิ้วฟูครีม ของคังเซน ใช้อย่างไร

บัวหิมะ จิ้วฟู ใช้อย่างไร

(Kristine Ko-Kool Refreshing Cream) ที่คนส่วนมากมักจะเรียกกันว่า จิ้วฟูครีม ครีมบำรุงฟื้นฟูสภาพผิวได้อย่างรวดเร็ว การใช้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการบำรุงฟื้นฟู และให้ผิวสุขภาพดีให้นานที่สุด เนื่องจากเป็นครีมที่บำรุงได้เร็ว จึงเหมาะสำหรับผิวที่พร้มรับการบำรุง บางคนบอกว่าใช้แล้วสิวขึ้น หน้าคล้ำขึ้น แต่ส่วนมากใช้แล้วเห็นผลดีมาก หน้าดีขึ้น ทั้งนี้นะครับที่สิวขึ้นส่วนหนึ่งเพราะว่าเมื่อเราได้รับการบำรุงผิวจะแข็ง แรงขึ้นจึงสามารถขับสิ่งตกค้าหรือสิ่งอุดตันออกมาได้ หรือบางครั้งอาจจะเกิดสิวเพราะว่าเซลล์ผิวยังอ่อนแอไม่สามารถรับครีมได้ จึงทำให้เกิดสิวอุดตัน แต่สำหรับ กระ ฝ้า ที่เห็นชัดขึ้นนั้นเพราะ จิ้วฟูครีมช่วยในการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ผลักเซลล์ผิวเก่าออกมาจึงเห็นเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพชัดขึ้น แล้วก็จะผลัดหลุดออก

การ ใช้สำหรับคนที่เป็นสิวนะครับให้ใช้พอกบริเวณหัวสิวนะครับ จะช่วยให้หัวสิวสุกเร็วขึ้น และหลุดง่ายขึ้น และลดการริ้วรอย จุดด่างดำที่เกิดจากสิวด้วยครับ เพราะจิ้วฟูครีมคือครีมบำรุงที่ฟื้นฟูเซลล์ผิวได้อย่างดีเยี่ยม หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า บัวหิมะ และยังเป็นครีมบำรุงตัวเดียวที่สามารถใช้ได้กับทุกส่วนของร่างกายได้ครับ และนิยมกันนะครับจะมีใช้ที่ หน้า และหน้าอกครับ จะช่วยให้ผิวเนียน กระชับ อมชมพู ไม่หย่อนคล้อยง่าย ช่วยลดการตกขาวได้ด้วยนะครับ

Posted on

5 ขั้นตอนพื้นฐานที่สำคัญในการใช้ผลิตภัณฑ์ คังเซน ให้เห็นผล

5 ขั้นตอนพื้นฐานที่สำคัญในการใช้ ผลิตภัณฑ์ คังเซน เคนโก ให้เห็นผล

ขั้นตอนที่สำคัญในการใช้ผลิตภัณฑ์ คังเซนให้เห็นผล และถูกวิธีนั้นจะช่วยในการประหยัดเวลา ประหยัดเงิน และที่สำคัญนะครับผม….ใช้แล้วได้ผลดี..ท่านอาจจะเคยได้ยินมานะครับว่า คนโน้น คนนั้น ใช้คังเซนแล้วหน้าใส…ใส๋.. แต่พอไปใช้ตามเขาแล้วทำไมเราใช้แล้วมันก็ยังเฉยๆ หรือบางที่มีปัญหาเพิ่มอีก เอ้ย..เป็นเพราะอะไรล่ะครับ อย่างที่ผมเคยบอกไว้ในบทความ ที่ว่าวิเคราะห์ผิวก่อนใช้นั่นล่ะครับ..สภาพผิวแต่ละคนมันก็ไม่เหมือนกัน และถ้าเราใช้ไม่เป็นอันนี้ล่ะครับอีกอย่างหนึ่งก็แย่เหมือนกันครับผมพี๋น๋องคร๊าบ.. ดังนั้นวันนี้ผมก็เลยจะมาแนะนำวิธีการใช้อย่างถูกวิธีนะครับ ส่วนเคล็ดลับพิเศษท่านสามารถสอบถามได้ เพราะผิวแต่ละท่านไม่เหมือนกันครับ ถ้าผม นำมาบอกกันอาจจะมีบางท่านไม่ปลื้มก็ได้ครับ.. เรามาเริ่มขั้นตอนการใช้กันดีกว่า

ขั้นตอนที่ 1. การล้างหน้า ในคังเซนนะครับก็จะมีทั้ง โฟม สบู่ เคล็น ซิ่ง มิล ซึ่งก็ให้ท่านล้างปกติเช้า เย็น โดย ให้ท่านล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าให้สะอาดก่อนแล้วค่อยล้างด้วยผลิตภัณฑ์ คังเซน แต่ว่า สบู่ ดร.คู นะครับให้ท่านล้าง 2 รอบต่อครั้ง ครั้งแรกฟอกสบู่ทำความสะอาดหน้าแล้วล้างออก ครั้งที่สองฟอกสบู่ หมักฟองทิ้งไว้ประมาณสัก 2-4 นาที แล้วค่อยล้างออกให้สะอาด เพื่อให้ อะมิโนโปรตีน วิตามิน สารสกัดจากสมุนไพร สารดิโมดิซิดีน ซึมเข้าสู่ผิว เพื่อบำรุงและป้องกันการเกิดสิว เพราะถ้าท่านล้างโดยไม่ได้หมักหน้ามันก็คงไม่ต่างอะไรมากกว่าสบู่ ก้อนละ 10 บาทมากหรอกครับผม..

ขั้นตอนที่ 2. การขัดหน้า ทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก ให้ท่านตักครีมขัด แอปปริคอท หรือ ไร้เทนนิ่งสครับ มาผสมกับ เคล็นซิ่งมิ้ล ในปริมาณที่พอเหมาะกับพื้นที่ผิวหน้านะครับผม ผสมให้เข้ากัน แล้วแต้ม 5 จุดบนใบหน้า ที่ แก้มสองข้าง หน้าผาก สันจมูก และใต้คางครับ แล้วใช้นิ้วกลางกับนิ้วนาง นะครับ ย้ำ นิ้วกลางกับนิ้วนาง แตะๆครีมให้ทั่วใบหน้าก่อนแล้วค่อยๆขัดเบาๆไม่ต้องกดนะครับหมุนวนว้าย เริ่มจากคาง ไปเรื่อยๆจนเสร็จ อาจจะเน้นบางจุดก็ได้ที่ท่านต้องการนะครับ ขัดหน้านั้นถ้าจะให้ดีนะครับ ของคังเซนนั้นขัดบ่อยได้ และถ้าให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดก็ประมาณ 2-3 วันครั้ง และให้ขัดตอนเย็นนะครับผม

ขั้นตอนที่ 3. การทาครีมบำรุงผิว ให้ท่านเลือกใช้ครีมบำรุงที่เหมาะกับตัวท่านนะครับ หรือสอบถามที่กระผมได้ครับ ที่ 086-3266996 ถ้าท่านเสร็จจากขั้นตอนล้างหน้าและขัดหน้าแล้ว ก็เช็ดหน้าให้แห้งแล้วค่อยทาครีมนะครับ ถ้าท่านใดรูสึกว่าทาครีมบำรุงแล้วหน้ามันเกินไปก็สามารถเปลี่ยนมาทาเฉพาะตอนกลางคืนได้นะครับ เพราะการทาครีมตอนกลางคืน เป็นช่วงที่ผิวสมารถดูดซึมครีมได้ดีครับ

ขั้นตอนที่ 4. ปกป้องผิว ด้วยไข่มุก (เพิร์ลนอ ริช ครีม) ทรี อิน วัน ได้ทั้ง กัดแดด รองพื้น และบำรุงไปในตัว โดยตักครีมแล้วแตะครีม 5 จุดบนใบหน้าเหมือนกับขั้นตอนการขัดหน้า แล้วใช้นิ้วแตๆเกลี่ยครีม ให้นทั่วแล้วค่อยๆนวดเบาๆๆจนดูเนียนเป็นธรรมชาติ แต่สำหรับท่านที่เพิ่งเริ่มใช้อาจจะดูว่าหน้ายังลอยๆๆ เพราะว่าผิวยังปรับสภาพได้ยังไม่ดีเท่าไหร่ ใช้สักพักครีมก็จะค่อยๆซึมเองครับผม..

ขั้นตอนที่ 5. แต่งแต้มสีสันบนใบหน้าด้วย ชุดแต่หน้าคังเซนมีหลายตัวให้ท่านเลือก และที่สำคัญนะครับ ไม่อุดตัน ไม่ต้องมีโทนเนอร์เช็ด เพราะตัวแต่งหน้าของคังเซน ซึมสู่ผิว และบำรุง บางตัวป้องกันแดดด้วยครับ และทั้งหมดนี้ผมอยากให้ทุกท่านลองดูครับ นี่คือวิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้แล้วได้ผล

มีข้อสงสัย สอบถามรายละเอียดสินค้า วิธีใช้เพิ่มเติมที่ 086-3266996 ณัฐวัฒณ์ ศรีมุงคุณ ขอให้ลูกค้าคังเซนทุกท่าน หน้าสวย ใส สุขภาพดี ทั้งภายนอกภายใน จิตใจชื่นบาน การงานรุ่งเรือง ร่ำรวยๆ แล้วมาช่วยอุดหนุนบ่อยๆนะครับผม

Posted on

การทาครีมกันแดดคังเซน กับครีมไข่มุก ทาอะไรก่อนดีกว่า

การทาครีมกันแดดคังเซน กับครีมไข่มุก ทาอะไรก่อนดีกว่า
การทาครีมกันแดดกับครีมไข่มุก ซึ่งเป้นคำถามที่ลูกค้าหลายๆท่านถามมาและผมก้ตอบไปแต่ยังไม่ได้เอาให้อ่านกันครับเพราะรู้สึกว่าคำถามนี้จะมากขึ้นเรื่อยๆครับตามจำนวนคนที่ใช้เครื่องสำ

อางคังเซนที่มากขึ้น การทาครีมกันแดดนะครับให้ทาก่อนทาครีมไข่มุกจะช่วยทำให้ครีมกันแดดติดทนนานขึ้น ไม่หลุดง่ายครับ แล้วค่อยทาครีมไข่มุกตาม และที่สำคัญครีมไข่มุกของคังเซนยัง

ช่วยกันแดดได้ระดับหนึ่งที่ถือว่าดีพอสมควรแต่ถ้าจะกันแดดแบบโดยตรงนั้นต้องใช้คู่กับครีมกันแดดเพราะครีมไข่มุกจะซึมบำรุงผิวด้วยทำให้กัดแดดได้ไม่นานเท่าครีมกันแดดโดยตรงครับ

โดย ณัฐวัฒณ์ ศรีมุงคุณ

สินค้าคังเซนที่แนะนำ

ครีมกันแดดคังเซน

Posted on

เทคนิคการใช้ครีมไข่มุก คังเซน ในหน้าหนาวมาฝาก

สวัสดีครับ วันนี้ผมมีข้อแนะนำการใช้ครีมไข่มุกคังเซนมากฝากครับ
สำหรับในหน้าหนาวถ้าคนที่มีผิวพรรณค่อนข้างจะแห้งนั้นนะครับผมมีวิธีการแนะนำที่จะทำให้ทาครีมไข่มุกให้ติดซึมง่าย หน้าไม่ลอย ดังนี้ครับ

หลังจากที่ทำความสะอาดผิวเสร็จแล้วนะครับ ให้เช็ดผิวให้แห้ง แล้วทาครีมบำรุงผิว ของคังเซน ตัวที่ใช้อยู่นะครับหรือถ้ายังไม่ได้ใช้ก็นะนำเป็น เพอ เฟก ไล้เทนนิ่ครีมนะครับ หรือสำหรับคนที่เริ่มใช้ เครื่องสำอางคังเซน ใหม่ๆ ก็แนะนำเป็นเบสิกสกินมอยเจอร์ไรเซอร์ แล้วค่อยทาครีมไข่มุกนะครับ และที่สำคัญหน้าหนาว อากาศแห้ง แดดแรง โอกาสที่จะเป็นกระฝ้าง่ายมากครับสำหรับคนผิวแห้ง ก็แนะนำว่าควรจะขัดผิวหน้าด้วนะครับ ประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ลองนำไปใช้ดูนะครับรับรองว่าจะเห็นผลดีขึ้นแน่นอน 80% ขึ้นไป ขอบคุณครับ

Posted on

ก่อนที่จะใช้เครื่องสำอางคังเซนหรืออยากใช้ครีมคังเซน ต้องอ่าน!!

เครื่องสำอางคังเซน หรือจะเรียกว่า คังเซ็น หรือ คังเซน ก็ได้นะครับ ผมในนามผู้บริหารคังเซนแอทโฮมดอทคอมและคังเซนออนไลน์ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาลูกค้าที่ใช้คังเซนส่วนมากนั้นจะใช้ตามคนที่รู้จัก อาจจะดีบ้าง ดีมาก ช้าเร็วนั้นขึ้นอยู่กับสภาพผิว สภาพแวดล้อม ผมจึงมีวิธีดีๆที่จะแนะนำลูกค้าที่มีพระคุณทุกท่านนะครับว่า สินค้าเครื่องสำอาง อาหารเสริม คังเซน-เคนโก นั้นได้รับการวิจัยและทดลองแล้วนะครับก่อนนำมาจำหน่ายซึ่งลูกค้ากว่า 80% ใช้คังเซ็นแล้วดี แต่สำหรับท่านนั้นผมไม่ทราบว่าจะเป็นชนกลุ่มน้อยที่เหลือรึเปล่า ผมขอแนะนำดังนี้นะครับก่อนที่จะใช้ผลิตภัณฑ์คังเซน

สำรวจสภาพผิวและร่ายกายก่อนจะใช้นะครับว่าผิวเป็นอย่างไรบ้าง มีปัญหาอะไรที่ต้องการแก้ไขหรือส่วนไหนที่ต้องการบำรุงครับ และศึกษาขั้นตอนใช้ ครีมคังเซ็นแต่ละตัวให้เข้าใจ ถ้าจะใช้ตามเพื่อนๆก็ต้องดูนะครับว่าพื้นฐานของผิวคล้ายกันรึเปล่า สุขภาพผิวเป็นอย่างไรบ้าง
ตอนเริ่มใช้อย่างเพิ่งบำรุงมากจนเกินไปครับ อยากสวยต้องใจเย็นๆครับ ใช้ครีมคังเซนพื้นฐานไปก่อนครับ ดูจากบทความคังเซนที่ผมเขียนไว้ได้ครับว่าขั้นตอนสำคัญพื้นฐานในการดูแลผิวมีอะไรบ้างในสามขั้นตอน
อย่าเชื่อคนขายคังเซนง่ายเกินไปครับ พิจารณาเหตุผลก่อนทุกครั้งนะครับ อันนี้ผมในนามตัวแทนขายเหมือนกันครับ แต่ว่าการแนะนำแต่ละคนนั้นต่างกันนะครับ เมื่อใช้สินค้าคังเซ็นแล้วมีปัญหา ถ้าเขานะนำให้ซื้อเรื่อยๆก็อย่างตกลงใจง่ายเกินไปนะครับ ดูว่าสมเหตุสมผลรึเปล่า แต่ผมแนะนำว่าลองหยุดดูสาเหตุก่อนว่าเป็นเพราะอะไร
เมื่อใช้สินค้าแล้วก็ให้ใช้ครีมคังเซ็นอย่างเดียวจะดีกว่าใช้ร่วมกันหลายยี่ห้อครับ เพราะว่าเราไม่แน่ใจว่าสินค้าจะเข้ากันได้ใหม แต่ถ้าเข้ากันได้ก็ไม่ป็นไรครับ คังเซนไม่ได้ห้ามว่าต้องใช้เฉพาะเครื่องสำอางคังเซน
การใช้ครีมไข่มุกของคังเซ็นกับแป้งนั้นนะครับ หลายๆคนเคยสงสัยครับ ผมขอบอกว่าใช้ได้นะครับ แต่ต้องดูแลความสะอาดผิวให้ดีเป็นปกติเหมือนก่อนๆที่ใช้คังเซน หรือถ้าใครไม่ค่อยดูแลขั้นตอนทำความสะอาดผิว รับรองครับว่าไม่ว่ายี่ห้อไหนหน้าก็ไม่ใสเท่าที่ควรจะเป็นนะครับ และไม่ต้องรออีกแล้วครับ หรือถามอีกว่าใช้กับแป้งได้รึเปล่า เพราะคังเซนเคนโก ออกแป้งผงไข่มุกออกมาแล้วครับ ใช้ทาได้เหมือนแป้งเลย เป็นผงไข่มุกแท้ๆครับ
หลายๆท่านที่ลังเลลองพิจารณาที่ผมว่ามานะครับ ความสวยความงาม รีบได้ครับแต่อย่างใจร้อนครับ

ณัฐวัฒณ์ ศรีมุงคุณ

Posted on

สวย เปรี้ยว ซ่าส์ ด้วยการแต่งหน้าโทนม่วงสดใส คังเซนออนไลน์จัดหามาให้ท่านลองศึกษาจ้า

The Colour Purple (Woman Plus)
สีสันม่วงสว่างที่เปลือกตาทำให้สาวน้อยคนนี้ดูสวยเปรี้ยวสดใส กับมาสคาร่าสีเข้ากันกับเปลือกตา และเพิ่มความโดดเด่นให้ใบหน้าด้วยอายไลเนอร์ช่วยเน้นความคมเข้มของดวงตา เผยเรียวปากบางให้งามเด่นด้วยลิปสติกชมพู

FACE

เริ่มต้นบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของสารกันแดด ให้ผิวชุ่มชื่นและปกป้องผิวจากแสงแดดระหว่างวัน ตามด้วยแป้งฝุ่นปัดเบา ๆ ให้ทั่วใบหน้าและบริเวณช่วงทีโซน

EYES

แต่งคิ้วให้ได้รูปสวยถูกใจ โดยใช้ดินสอเขียวคิ้วสีดำวาดที่ฐานคิ้วให้เข้มก่อน แล้วใช้แปรงแตะอายแชโดว์สีน้ำตาลเข้มปัดให้ดูฟุ้งนิด ๆ จากนั้น แต่งตาให้มีกลิ่นอายเซ็กซี่ เริ่มต้นโดยเกลี่ยคอนซีลเลอร์ที่อ่อนกว่าสีผิวจริงหนึ่งเฉดเพื่อดวงตาที่สว่างขึ้น แล้วใช้แป้งฝุ่นเนื้อบางเบาตบทับอีกครั้ง

ก่อนจะเลือกทาเปลือกตาด้วยสีสันสุดฮอตอย่างคู่สีสุดเปรี้ยวสีม่วงและสีเหลือง โดยเริ่มไล้อายแชโดว์สีม่วงบนเปลือกตาด้านบน ตามด้วยมาสคาร่าชนิดน้ำสีน้ำเงินเข้มแต้มที่ปลายตา เกลี่ยให้กลมกลืนกัน แล้วเพิ่มความโดดเด่นอีกนิดด้วยการไล้อายแชโดว์สีเหลืองบริเวณโหนกคิ้ว และกรีดอายไลเนอร์ให้คมกริบ ปิดท้ายด้วย การติดขนตาปลอมทำให้ดวงตาดูกลมโต

CHEEKS

เน้นโครงหน้าให้เรียวงามด้วย Powder Blush ไล้เฉียงชิ้นไปทางโหนกแก้มเพื่อความสดใสและร่าเริงขึ้นอีกนิด แล้วไฮไลท์บริเวณโหนกแก้ม หน้าผากและปลายคางด้วย Hightlighting Powder เพิ่มประกายใบหน้าให้ดูมีมิติ

LIP

ริมฝีปากสวยอวบอิ่มโดยใช้พู่กันแต้มลิปสติกสีม่วงอมชมพูเนื้อแมตต์บรรจงทาให้ทั่วริมฝีปากบนและล่าง แค่นี้ปากก็จะดูสวย มีเสน่ห์น่ามอง
ขอบคุณที่มาจาก www.kapook.com