Posted on

อาหารบำรุงสายตา(Foods for Eye Health) กินอย่างไรให้มีประโยชน์ช่วยบำรุงสายตา

อาหารบำรุงสายตา(Foods for Eye Health) กินอย่างไรให้มีประโยชน์ช่วยบำรุงสายตา
อาหารดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพฉันใด อาหารบำรุงสายตาก็มีความจำเป็นต่อสุขภาพสายตาที่ดีฉันนั้น การมองเห็นเป็นสิ่งที่วิเศษสุดของคนเรา หากมีวันใดที่โลกทั้งโลกกลับมืดมิดลงไม่สามารถมองเห็นได้อีกต่อไปความรู้สึก จะเป็นเช่นใด สุขภาพสายตาควรได้รับการดูแลอย่างดี หากท่านไม่อยากอยู่ในโลกที่มืดมิดก่อนวัยอันควรจงหันมาใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพ สายตาของท่านด้วยการใช้ดวงตาอย่างทะนุถนอมและรู้จักดูแลบำรุงรักษาสายตาด้วย การเลือกกินอาหารที่มีสารอาหารและวิตามินบำรุงสายตา
อาหารบำรุงสายตา จะมีวิตามินเอ สารอาหารที่ชื่อว่า ลูทีน(Lutein) และ ซีแซนทีน(Zeaxanthin)เป็นสารอาหารสำคัญในอาหารบำรุงสายตา วิตามินเอจะได้จากอาหารจำพวก ตับไก่ ตับหมู ไข่แดง ฟักทอง ฯลฯ สำหรับสารอาหารลูทีน(Lutein) และ ซีแซนทีน(Zeaxanthin)นั้นเหมาะสำหรับคนที่ห่วงใยสุขภาพสายตาอย่างจริงจังและ คนที่ทำงานโดยใช้สายตามากเช่น คนที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆในแต่ละวันหรือต้องทำ งานอยู่กลางแจ้งที่มีแสงแดดจ้า คนที่ต้องขับรถกลางคืนบ่อยๆที่มักจะถูกแสงไฟรถที่วิ่งสวนมาสาดเข้าตาบ่อยๆใน ลักษณะเดียวกับแสงไฟแฟลชจากกล้องถ่ายรูปทำให้สายตาต้องทำงานหนักเมื่อเจอแสง สว่างในลักษณะนี้

สารอาหารลูทีน(Lutein) และ ซีแซนทีน(Zeaxanthin)นั้น จะอยู่ในจุดรับภาพของดวงตาคนเรา สารอาหารทั้งสองตัวนี้จะช่วยกรองแสงหรือป้องกันรังสีที่จะทำให้เกิดอันตราย ต่อดวงตา นอกจากนี้ลูทีน(Lutein) และ ซีแซนทีน(Zeaxanthin)ยังช่วยปกป้องไม่ให้เซลล์ของจอประสาทตาถูกทำลาย ดังนั้นการบำรุงรักษาสายตาทำได้โดยรู้จักเลือกกินอาหารที่มีสารลูที น(Lutein) และ ซีแซนทีน(Zeaxanthin)อยู่เพื่อประโยชน์ในการบำรุงสายตา

อาหารที่มีลูทีน(Lutein) และ ซีแซนทีน(Zeaxanthin)ที่ ช่วยบำรุงสายตาได้แก่อาหารจำพวกพืชผักผลไม้ที่มีสีเขียวเข้มและสีเหลืองเช่น ผักคะน้า ผักปวยเล้ง ผักโขมและข้าวโพด สารอาหารที่จำเป็นในการบำรุงสายตาควบคู่ไปกับลูทีน(Lutein) และ ซีแซนทีน(Zeaxanthin)ก็คือวิตามินเอที่ได้จากอาหารจำพวกฟักทอง แครอท ผักตำลึง ตับหมู มะละกอ มะม่วงสุก ผักบุ้ง ฯลฯ นอกจากนี้สารอาหารทั้งสองตัวนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคต้อกระจก(Cataracts) โรคกระจกตาเสื่อม(AMD) มะเร็งเต้านมและโรคหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย

การดูแลรักษาสุขภาพดวงตาให้มีสุขภาพดี นอกจากจะรู้จักเลือกกินอาหารบำรุงสายตาที่มีสารลูทีน(Lutein) ซีแซนทีน(Zeaxanthin)และวิตามินเอแล้วยังมีสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปเพื่อ ให้เกิดผลดีต่อสุขภาพของสายตานั่นคือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สายตาในการทำงานเช่น ใช้แผ่นกรองแสงกับจอคอมพิวเตอร์และปรับลดระดับแสงสว่างจากจอคอมพิวเตอร์ให้ พอเหมาะอย่าให้สว่างจ้ามากเกินไป เมื่อทำงานที่ต้องใช้สายตามากๆเป็นเวลานานให้รู้จักหยุดพักสายตาบ้างสัก 3-5 นาทีแล้วค่อยกลับไปทำงานต่อ เมื่อต้องทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานานควรสวมแว่นกันแดดเพื่อลดปริมาณแสงที่จะ เข้ามายังตาของเรา

อาหารบำรุงสายตาช่วย ให้ดวงตาได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อดวงตาและการปรับพฤติกรรมการทำงานที่ ต้องใช้สายตามากๆจะเป็นการป้องกันและช่วยถนอมรักษาดวงตา หากทำทั้งสองอย่างไปพร้อมกันก็เหมือนกับการบำรุงรักษาสายตาจากภายใน(กิน อาหารบำรุงสายตา)และป้องกันอันตรายรบกวนกับสายตาจากภายนอก(ปรับพฤติกรรมการ ใช้สายตา)ซึ่งจะมีผลช่วยถนอมและรักษาดวงตาให้อยู่กับเราไปได้อีกนานเท่านาน.

Posted on

คอลลาเจน คืออะไร

คอลลาเจน คือ โปรตีนซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิวหนัง ทำหน้าที่เป็นตัวประสานเนื้อเยื่อของผิวหนังเข้าด้วยกัน โดยโปรตีนชนิดนี้มีส่วนประกอบ 25 % – 35 % ของจำนวนหน่วยโปรตีนทั้งหมดในร่างกาย โดยมีมากที่สุดที่ผิวหนัง และประมาณ 1 % – 2 % ที่ปะปนอยู่ในเซลล์กล้ามเนื้อ

หน้าที่ของคอลลาเจน
คอลลาเจน คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นสายยาว ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างจากโปรตีนชนิดทั่ว ๆ ไป สายยาวของคอลลาเจน เรียกว่า คอลลาเจน ไฟเบอร์ (Collagen Fiber) ซึ่งมีลักษณะเป็นสายเกลียวที่มีหน่วยโมเลกุลเกี่ยวพันมากมาย โดยปกติผิวหนังที่มีคอลลาเจนเป็นโครงสร้างอยู่มาก จะมีความยืดหยุ่นตามไปด้วย คอลลาเจนนั้นไม่ได้มีอยู่ที่ผิวหนังเพียงเท่านั้น แต่อวัยวะส่วนอื่น ๆ ภายในร่างกายก็มีคอลลาเจนประกอบอยู่ เช่น พังผืด (Fascia) , กระดูกอ่อน (Cartilage) , เส้นเอ็น (Ligament) , ข้อต่อ (Jiont)

คอลลาเจน จัดเป็นหนึ่งในโปรตีนคุณภาพสูง โดยมีสารสำคัญอยู่ 2 ชนิด คือ โปรตีนโอไกลแคน (Proteoglycan) และไกลโคซามิโนไกลแคนส์ (Glycosaminoglycans) ซึ่งเป็นสารที่กลายเป็นโครงสร้างหลักของผิวหนัง เส้นผม เล็บ กระดูก และข้อต่อ หรือแม้แต่ผนังของหลอดเลือด และมีอยู่ทั่วไปในร่างกาย มีประมาณร้อยละ 6 ของน้ำหนักตัวหรือประมาณ 1 ส่วน 3 ของโปรตีนทั้งหมดที่มีในร่างกาย มีหน้าที่ป้องกันอวัยวะในร่างกายและเชื่อมอวัยวะต่าง ๆ ให้อยู่ด้วยกัน คอ ลลาเจนในผิวชั้นหนังแท้จะเป็นตัวช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื่น นุ่มนวล รักษาความยืดหยุ่นของผิวหนังให้เต่งตึง กระชับ ป้องกันรอยเหี่ยวย่นและตีนกา

สินค้าแนะนำ

คอลลาเจนจากปลาทะเล

Posted on

เลือกวิตามินเสริมอย่างฉลาด

เลือกวิตามินเสริมอย่างฉลาด
/เอมอร คชเสนี .

วิตามินเสริมหรืออาหารเสริมอาจจะสามารถเติมเต็มสารอา หารที่ได้รับจากอาหารมื้อปกติได้ แต่ไม่ใช่สิ่งที่จะใช้ทดแทนอาหารตามปกติ เนื่องจากไม่สามารถทดแทนสารอาหารหลายๆ ชนิดที่พบได้ในอาหาร

อาหารสดเป็นแหล่งวิตามินที่ดีที่สุด ให้ประโยชน์มากกว่าวิตามินเสริมหลายประการ เนื่องจากอาหารประกอบด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายช นิดที่ร่างกายต้องการ ยกตัวอย่างเช่น ส้ม 1 ผล นอกจากจะให้วิตามินซี ยังให้เบต้าแคโรทีน แคลเซียม และสารอาหารชนิดอื่นๆ ขณะที่อาหารเสริมวิตามินซี ไม่มีสารอาหารอื่นๆ เหล่านี้

ผักและผลไม้ยังประกอบด้วยสารอาหารตามธรรมชาติที่เรีย กว่า ไฟโตเคมิคัล ที่อาจช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ผักและผลไม้หลายชนิดยังเป็นแหล่งที่ดีของสารต้านอนุม ูลอิสระ ซึ่งช่วยชะลอการทำลายเซลล์และเนื้อเยื่ออีกด้วย
นอกจากนี้ ผักผลไม้สดยังมีเส้นใยอาหาร ซึ่งมีความสำคัญต่อการย่อย ช่วยป้องกันอาการท้องผูก และยังช่วยป้องกันการเกิดโรคที่สำคัญ เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ

อย่างไรก็ตาม หากมีความจำเป็นหรือต้องการใช้วิตามินเสริมจริงๆ มีข้อแนะนำดังนี้

1.ตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เนื่องจากฉลากจะบอกว่า มีส่วนประกอบอะไรบ้าง ส่วนประกอบชนิดไหนที่ออกฤทธิ์ มีสารอาหารใดเป็นส่วนประกอบ ขนาดและปริมาณที่ใช้ รวมทั้งปริมาณสารอาหารในแต่ละครั้งที่ใช้ ฉลากยังบอกวิธีการใช้และการเก็บรักษาอย่างปลอดภัย พร้อมทั้งชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิต ผู้บรรจุ และผู้จัดจำหน่าย ที่สามารถติดต่อได้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ

2.ตรวจสอบวันหมดอายุ อาหารเสริมวิตามินมักจะสูญเสียประสิทธิภาพเมื่อหมดอา ยุ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสภาพอากาศที่ร้อนและชื้น หากไม่ระบุวันหมดอายุก็ไม่ควรซื้อ และหากวิตามินเสริมที่ใช้อยู่หมดอายุแล้ว ก็ควรทิ้งไป อย่าเสียดาย

3.รู้จักใช้อย่างปลอดภัย การบริโภควิตามินในปริมาณสูง อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ เช่น ไนอะซินหรือวิตามินบี3 ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับตับ วิตามินเอในปริมาณมากเกินไปก็ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกั บตับ หรือทำให้กระดูกอ่อนลงในผู้หญิงได้ นอกจากนี้ วิตามินเสริมอาจไปรบกวนการใช้ยา เช่น วิตามินอี มักจะไม่แนะนำให้ใช้ หากกำลังรับประทานยาที่ทำให้เลือดจาง เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลงได้ ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้

4.วิตามินสังเคราะห์มักจะถูกเรียกว่าเป็นวิตามินธรรม ชาติเหมือนกัน เพียงแต่จะมีราคาแพงกว่าเท่านั้น อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาว่ามีการเพิ่มสมุนไพร เอนไซม์ หรือกรดอะมิโน เพราะสารเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้ราคาแพงมากยิ่งขึ้น

5.เก็บอาหารเสริมวิตามินไว้ในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงการเก็บไว้ในที่ร้อนและชื้น เช่น ในห้องน้ำ รวมทั้งเก็บให้ห่างจากเด็กๆ หรือเก็บในที่ที่มีกุญแจปิดล็อก อย่าวางทิ้งไว้ในที่ที่เด็กสามารถหยิบได้ เพราะเด็กอาจหยิบมารับประทานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์แล้วเกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารเสริมที่มีเหล็ก เพราะเหล็กในปริมาณสูงเกินไป มักเป็นสาเหตุการเสียชีวิตด้วยพิษของเด็กๆ

1.Bioflavonoids เช่น rutin (บางแห่งเรียกวิตามินพี), hesperidin ซึ่งเชื่อกันว่ามีประโยชน์ในการรักษาโรคเกี่ยวกับเส้ นเลือดเปราะ Bioflavonoids สลายตัวในทางเดินอาหาร ทำให้มีการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายน้อย วิตามินพี ประกอบด้วยสารที่มีสีสด ซึ่งพบได้บ่อยในผักผลไม้ โดยจะมีให้เห็นคู่กับวิตามินซีเสมอ แต่วิตามินซีสังเคราะห์จะไม่มีวิตามินพี

แหล่งที่พบมาก ได้แก่ ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ส่วนที่เป็นเยื่อขาวๆ อยู่ระหว่างกลีบ และอยู่ระหว่างเปลือกและเนื้อ เช่น มะนาว ส้มโอ องุ่น ข้าวสาลีทั้งเมล็ดที่ยังไม่ได้ขัดสี พริกหวาน มะเขือเทศ มะละกอ บร็อคโคลี่ แคนตาลูป เป็นต้น

หน้าที่สำคัญของวิตามินพี คือ ช่วยในการดูดซึมวิตามินซี ช่วยให้ผนังเส้นเลือดฝอยแข็งแรง ไม่แตกเปราะง่าย ช่วยต่อต้านการอักเสบ ช่วยป้องกันโรคหวัด และช่วยป้องกันไม่ให้วิตามินในร่างกายและอะดรีนาลีนถ ูกทำลาย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมี

2.Pangamic acid มักเรียกกันด้วยความเข้าใจผิดว่า วิตามินบี 15 สารชนิดนี้ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ หรือฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาแต่อย่างใด และยังอาจมีคุณสมบัติเป็นสารก่อการกลายพันธุ์ได้

3.Laetrile หรือ Amygdalin เดิมมีชื่อเรียกว่า วิตามินบี 17 เป็นสารประเภทไซยาไนด์ อยู่ในผลอะปริคอท มีการโฆษณาว่า Laetrile สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้ แต่ไม่มีผลกับเซลล์ปกติ แต่จากรายงานของ National Cancer Institute ไม่พบว่า Laetrile มีผลในการรักษาโรคมะเร็งแต่อย่างใด และสารนี้ไม่ผ่านการรับรองของเอฟดีเอ หรือองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา อันตรายที่เกิดขึ้นจากการใช้ Laetrile คือพิษของไซยาไนด์ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 6% นอกจากนี้การที่ผู้ป่วยหลงเชื่อสรรพคุณของตัวยา แล้วไม่ได้บำบัดรักษาโรคมะเร็งอย่างถูกวิธี ก็จะก่อให้เกิดผลเสียอย่างร้ายแรงกับผู้ป่วยได้

Posted on

ใช้กันแดดให้คุ้มไม่ทำร้ายผิว

ครีมกันแดดที่ดีควรป้องกันได้ทั้งรังสียูวีเอและบี สังเกตได้จากค่า PA (Protection of UV-A) มาพร้อมกับเครื่องหมาย + ช่วยป้องกันรังสียูวีเอ เช่น PA+++ ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องอยู่กลางแจ้งถูกแดดนาน แต่ถ้าอยู่ในอาคารหรือที่ร่ม เลือกใช้เพียง PA+ ก็เพียงพอ

ส่วนค่า SPF (Sun Protection Factor) ตัวป้องกันรังสี ยูวีบี พร้อมกับตัวเลขต่อท้าย อาทิ SPF 8 หรือ SPF 15 ที่หมายถึงระยะเวลาในการปกป้องผิวจากแสงแดด คิดคำนวณได้ง่าย ๆ โดยปกติถือเอาเวลา 15 นาที ที่ตากแดด ผิวจะเริ่มไหม้

ดังนั้น ให้นำ 15 คูณกับตัวเลขหลัง SPF เช่น SPF 8 คือ 15 x 8 หมายถึง ประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดนาน 120 นาที

การเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ๆ ใช่ว่าจะป้องกันแสงแดดได้ดีเสมอไป เพราะค่าสูงแค่ไหนก็กันแดดได้ราว 2-3 ชั่วโมง เนื่องจากสารเคมีจะละลายไปกับเหงื่อ แถมยังเสี่ยงต่อการตกค้างของสารเคมี ตัวการทำให้เกิดสิวและริ้วรอย ที่เหมาะสมควรใช้เพียงแค่ SPF 15

เพื่อให้การใช้ครีมกันแดดได้ผลดี ให้ทาก่อนออกแดดราว 15-30 นาที.

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

Posted on

ล้างลำไส้ด้วยผลิตภัณฑ์คังเซ็นออร์แกนิค

คนเรานั้นต้องกินอาหารทุกๆวัน  และลำไส้ของเราก็ทำหน้าที่ย่อยอาหารและดูดซึมสารอาหารทุกๆวัน เช่นกัน  แต่ลำไส้ของคนเราไม่สามารถย่อยได้ทุกอย่างจึงทำให้เกิดของเสียขับออกมานั่นก็คืออุจจาระนั่นเอง  แต่มีสารบางอย่างที่มีคุณสมบัติเกาะติดไม่ยอมออกมา เช่น ไขมัน เป็นต้น เกาะสะสมนานเข้าก็กลายเป็นผนังเครือบลำไส้ไว้  ทำให้การย่อยและดูดซึมได้ไม่ดีและเป็นบ่อเกิดของโรคมะเร็งลำไส้ตามมา  การทำความสะอาดลำไส้นั้นทำได้ด้วยการสวนทวาร และการกินอาหารที่มีคุณสมบัติ ดีทอกซ์ (Detox) ลำไส้  เราขอแนะนำคังเซ็นออร์แกนิค สนใจข้อมูลเพิ่มเติม

40202_6

Posted on

ข้อพึงระมัดระวังในการใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับฝ้า

ในโลกนี้คงไม่มีใครอยากจะเป็นฝ้าเพราะมันจะทำให้ผิวหน้าของเราขาดความงดงามและยังบั่นทอนความมั่นใจของเราด้วย เมื่อเกิดฝ้าขึ้นแล้วเราก็ต้องหาวิธีรักษา ฝ้านั้นรักษาได้แต่ไม่หายขาดเมื่อใดคุณปล่อยปะละเลยไม่ดูและมันก็จะกลับมาอีกดังนั้นเราต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวหน้าของเรา แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เนื่องจากผลิตภัณฑ์สำหรับฝ้ามีส่วนประกอบของสารเคมี จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ดังนี้

1. ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับทาฝ้า หรือผลิตภัณฑ์อย่างใดก็แล้วแต่ ต้องอ่านฉลาก วิธีใช้บนฉลากให้ละเอียด และปฏิบัติตาม หากมีคำเตือนควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดค่ะ
2. ควรทดสอบก่อนใช้ โดยทาครีมบริเวณหลังใบหู ทิ้งไว้โดยไม่เช็ดออก และตรวจสอบเมื่อครบ 24 และ 48 ชั่วโมง ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น มีผื่นแดง หรือคัน ไม่ควรใช้ครีมนั้นต่อไป อย่าทาตรงท้องแขนเพราะผิวบริเวณนั้นหนากว่าผิวหน้าของเราค่ะ หาเจอคนขายที่แนะนำให้ทดลองทางที่ท้องแขนดู แสดงว่าไม่รู้จริงค่ะ
3. หยุดใช้ทันที เมื่อมีอาการผิดปกติหรือสงสัยว่ามีอาการแพ้ และรีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที
4. เวลาใช้ต้องระวังอย่าให้เข้าตาเป็นดันขาด เพราะอาจเป็นอันตรายต่อตาคุณได้
5. หากใช้ติดต่อกันประมาณ 1 เดือน ไม่ได้ผลควรเลิกใช้ทันทีค่ะ เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละอย่างไม่สามารถเหมาะกับทุกคนได้ บางคนใช้แล้วได้ผล บางคนใช้แล้วหน้าพัง ทั้งที่เป็นผลิตภัณฑ์ตัวเดียวกัน
ฝ้าที่ขึ้นบนใบหน้า นับเป็นสิ่งที่หลายท่านวิตกกังวล เพราะทำให้ความสวยงามของเราลดน้อยลงไปจึงต้องซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับฝ้ามาใช้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีส่วนผสมของสารเคมี ถ้าใช้โดยไม่ระมัดระวังอาจเกิดอันตรายได้ ถ้าหากเป็นฝ้าเพียงเล็กน้อยที่มีสาเหตุมาจากการโดนแสงแดด ก็ควรป้องกันไม่ให้ถูกแสงแดดซ้ำหรือถ้าเป็นฝ้าเพียงเล็กน้อย จำเป็นต้องใช้ ผลิตภัณฑ์สำหรับฝ้า คุณควรเลือกซื้อสินค้าที่ไม่มีสารห้ามต้องห้าม ฉลากต้องแสดงข้อความเป็นภาษาไทย และใช้ด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามวิธีใช้และคำเตือนอย่างเคร่งครัด ก็จะปลอดภัยในการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวค่ะ

ผลิตภัณฑ์คังเซนสำหรับผู้มีปัญหา กระ ฝ้า ใบหน้าหมองคล้ำ

Posted on

วิธีการนวดหน้าเพื่อความขาวกระจ่างใสยาวนานอย่างเป็นธรรมชาติ

วิธีการนวดหน้าเพื่อความขาวกระจ่างใสยาวนานอย่างเป็นธรรมชาติ

การนวดหน้าสัปดาห์ละครั้งก่อนใช้สครับ มาส์คจะช่วยคืนความยืดหยุ่นผิว กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง เรียบเนียน กระจ่างใส คืนความขาวกระจ่างใสให้กับผิวได้อย่างสมบูรณ์แบบ
– กดกระตุ้นต่อมน้ำเหลือง บริเวณหลังใบหูนับ 1-3 แล้วคลายออก ไล่ลงมายังกราม โดยทำทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน ทำ 3 รอบ
– กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าเพื่อช่วยให้เซลล์ผิวตื่นโดยการลูบจากคางขึ้นไปติ่งหู ทำ 3 รอบ
– ขจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพบนผิวหน้า โดยการนวดคลึงวนเป็นวงกลมจากคางวนไปติ่งหู จากมุมปากวนไปหน้าหู จากจมูกวนไปยังหน้าหู จากใต้ตาวนไปยังขมับ
– ผ่อนคลายผิวหน้า โดยลูบไล้ผิวหน้า จากคางไปติ่งหู จากมุมปากไปหน้าหู จากปากบนไปยังหน้าหู จากใต้ตาไปยังขมับ
– นวดคลึงวนเป็นวงกลม จากจมูกวนขึ้นไปผ่านคิ้วไปยังขมับ 3 รอบ
– นวดคลึงวนเป็นวงกลม จากกลางหน้าผากล่างวนไปยังขมับ และจากกลางหน้าผากบนวนไปยังขมับ
– นวดรอบดวงตาเพื่อลดริ้วรอย โดยวนจากหางตาผ่านใต้ตาล่างผ่านหัวคิ้วผ่านเปลือกตาบนไปยังหางตา ทำ 3 รอบ
– กดหัวคิ้ว กลางคิ้ว และขมับ ด้วยการกดค้างไว้ 3 วินาที แล้วปล่อย
– กดหัวคิ้วแล้วลูบจากหัวคิ้วไปยังขมับ ทำ 3 รอบ
– กดเบาๆ กึ่งกลางหน้าผากนับ 1-3 แล้วคลายออก แล้วลูบเบาๆ ไปยังขมับ
– ใช้อุ้งมือลูบในทิศทางขึ้นโดยไล่จากกลางหน้าผากออกไปทางซ้ายและสลับลูบจากกลางหน้าผาก ออกไปทางขวา ทำเวียน 3 รอบ
– ใช้อุ้งมือลูบขึ้นจากด้านล่างของแก้ม ทำสลับซ้ายขวา 3 รอบ
– ลูบขึ้นจากกึ่งกลางของคาง ไปยังหลังใบหู แล้วกดเบาๆ ที่หลังใบหูนับ 1-3 แล้วปล่อย

ที่มา…http://www.orientalprincess.com

เครื่องนวดหน้านวัตกรรมเหนือกาลเวลา ช่วยแก้ปัญหา สิว กระ ฝ้า ริ้วรอย อย่างได้ผล

Posted on

เคล็ดลับผิวขาวที่ทำให้ผิวคุณขาวขึ้นอย่างปลอดภัย

ในกลุ่มผู้หญิงส่วนใหญ่ที่รักสวยรักงาม จะรู้ดีว่ามีสารตัวหนึ่งที่สามารถทำให้ผิวขาวและสถาบันความงามส่วนใหญ่ ก็ใช้สารตัวนี้มาเป็นจุดขายนั่นคือ “กลูต้าไธโอน” ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ผิวขาวและเป็นที่นิยมกันมากในกลุ่มวัยรุ่นในปัจจบัน แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกมาเตือนผู้บริโภค ว่าไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาที่อ้างว่าสามารถช่วยให้ผิวขาวขึ้น เพราะเจ้าสาร “กลูต้าไธโอน” นี้ไม่สามารถทำให้ผิวเราขาวขึ้นได้อย่างยั่งยื่นถาวรได้ ผลิตภัณฑ์หรือยานั้น ๆ ที่มีส่วนผสมของ “กลูต้าไธโอน” อาจจะช่วยให้ผิวขาวได้เพียงแค่ชั่วคราว แต่เมื่อหมดฤทธิ์ร่างกายของเราก็จะผลิตเม็ดสีมาทดแทนตามปกติเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว

แต่จะให้ทำอย่างไรได้สาวๆ ก็ต้องคู่กับความสวยความงามอยู่แล้ว วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับผิวขาวมาฝากกันค่ะ

1. การขัดผิว เป็น วิธีทําให้ผิวขาว ที่ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิว โดยการใช้สครับที่มีขายตามท้องตลาด หรือจะเป็นสครับจากธรรมชาติง่าย ๆ แต่ได้ผล ซึ่งมีหลากหลายสูตรให้เลือก ได้แก่ มะละกอ นมสด มะขามเปียก น้ำผึ้ง โยเกิร์ต มะนาว โดยนำอย่างใดอย่างหนึ่งมาผสมกับเกลือทะเลเพื่อให้มีเม็ดสำหรับขัดผิว เพียงเท่านี้คุณก็มีสครับขัดผิวได้ง่าย ๆ แล้ว หรือจะใช้ใยบวบในการช่วยขัดผิวก็ได้ การขัดผิวนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไป แล้วเผยผิวใหม่ที่แน่นอนว่าต้องสว่างใสกว่าเดิม และควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อการปรนนิบัติและดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง

2. เอเอชเอ หรือกรดผลไม้ มีขายทั่วไปตามคลินิกเสริมความงามหรือร้านขายยาทั่วไป ใช้สำหรับทาบนใบหน้าสัปดาห์ละ 2 ครั้งเพื่อกระตุ้นให้เซลล์ผิวเก่าหลุดลอกออกมา เป็น วิธีทําให้ผิวขาว เผยผิวใหม่ที่ขาวผ่อง แต่การใช้เอเอชเอนี้ ต้องดูแลและระวังเรื่องการออกแดด เพราะผิวคุณจะบางลงและไวต่อแดดมากกว่าเดิม

3. น้ำนมเพื่อผิวขาว ไม่จำเป็นต้องลงไปแช่ในอ่างที่มีน้ำนมอยู่เต็มอ่าง แต่คุณสามารถทำตาม วิธีทําให้ผิวขาว ได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้น้ำนมทาบนผิวโดยตรง อาจใช้ใยบวบช่วยเพื่อขัดผิวไปด้วยเบา ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ผิวจะค่อย ๆ ขาวขึ้น

4. ผลไม้รสเปรี้ยว ช่วยในการขัดขี้ไคล เป็น วิธีทําให้ผิวขาว ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยใช้ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะนาว สับปะรด มะขามเปียก ส้ม เพราะมีความเป็นกรด ช่วยทำความสะอาดผิวให้ขาวใส และกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกมาได้ แต่หากคุณเป็นคนผิวบาง ไม่ควรใช้มะนาวหรือสับปะรดที่มีความเป็นกรดสูง ควรใช้ส้มเช้งที่มีคุณสมบัติคล้าย ๆ กันก็ได้

5. ครีมบำรุงเพื่อผิวขาว ควรใช้ครีมบำรุงที่มีไวท์เทนนิ่งเพื่อผิวขาวในตอนเย็น และทาซ้ำก่อนนอนเพื่อเสริมประสิทธิภาพของครีมบำรุงให้บำรุงอย่างต่อเนื่อง ส่วนตอนกลางวันให้ทาไวท์เทนนิ่งเพียงบาง ๆ แล้วตามด้วยครีมกันแดด หรือจะใช้ไวท์เทนนิ่งที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแสงแดดก็ได้ แต่หากสาว ๆ คนไหน อยู่ติดบ้าน ไม่ได้ออกไปเผชิญแสงแดดเลย ใช้ไวท์เทนนิ่งตัวเดียว ทาวันละ 2-3 ครั้งก็เอาอยู่แล้วจ้า

6. ครีมกันแดด ควร เป็นสิ่งที่สาว ๆ ต้องมีติดกระเป๋าอยู่ตลอดเวลา ในกรณีที่คุณต้องเผชิญกับแสงแดดจัดโดยไม่ได้วางแผนมาก่อนจะได้หยิบขึ้นมาใช้ ได้ทันการทันเวลา และอย่าลืมว่า ครีมกันแดดจำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากคุณเพิ่งขัดผิวหรือใช้เอเอชเอกับผิวมาหมาด ๆ เพราะผิวคุณจะไวต่อแดดมาก จึงควรทาครีมกันแดด 20 นาทีก่อนออกแดดทุกครั้ง และทาซ้ำอีกทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง

7. ทานอาหารให้เหมาะสม โดย ให้มีผักและผลไม้ในอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่งทุกมื้อ เพราะผักผลไม้เป็นอาหารที่ย่อยง่าย ช่วยเรื่องของการขับถ่าย และยังมีแอนตี้อ็อกซิแดนซ์ที่ทำให้ผิวสวยกระชับอีกด้วย ซึ่งเมื่อร่างกายขับถ่ายตามปกติแล้ว หน้าตาผิวพรรณก็จะสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

8. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะ การออกกำลังกายจะช่วยขับเหงื่อไคล และสิ่งสกปรกใต้ผิวรวมถึงสารพิษออกมา ซึ่งจะทำให้ผิวดูสว่างสดใสขึ้น ยิ่งออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง ก็ยิ่งทำให้ผิวสดใสอยู่ตลอดเวลา แถมการออกกำลังกายยังช่วยลดการอุดตันของสิ่งสกปรกใต้ผิว ทำให้ไม่มีสิวอีกด้วย

9. เมคอัพช่วยได้ ใช้ ครีมรองพื้นและแป้งที่สว่างกว่าผิวจริง 1 ระดับสี และหลังจากแต่งหน้าแล้วให้นำพู่กันแตะแป้งกลิตเตอร์ประกายมุกปัดบริเวณหน้า ผากและโหนกแก้ม ก็จะช่วยให้หน้าดูสว่างใสขึ้นได้เยอะเลยทีเดียว

10. สารพัดสูตรพอกหน้า นอกจากการขัดผิวแล้ว สาว ๆ ที่อยากมีผิวขาวสุขภาพดีควรพอกหน้า รวมถึงผิวกายให้ได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยสูตรผิวขาวที่สามารถทำเองได้จากวัตถุดิบในบ้านนั้นก็มีมากมาย ที่สำคัญยังเห็นผลชัดอีกด้วยหากทำอย่างต่อเนื่อง และสูตร วิธีทําให้ผิวขาว ที่หยิบยกมาฝากกัน มีดังนี้

เป็นอย่างไรบ้างคะอ่านมาถึงตรงนี้แล้วคุณเกิดไอเดียเจ๋ง ๆ ในการทำให้ผิวคุณขาวขึ้น สวยขึ้นหรือยังคะ ลองเอาไปใช้ดูค่ะ เพื่อความมั่นใจของคุณแล้วสิ่งดี ๆ ก็จะตามมาเองค่ะ

สินค้าแนะนำ

โปรจีน โปรแกรมสร้างเซลล์ใหม่ ( Cell Renewal Program)

โปรจีนเป็นอาหารเสริมที่มีคุณภาพ ซึ่ง สรรหา SOD คุณภาพสูง นมผึ้งคุณภาพเยี่ยม 100% สาร ไข่มุก สังเคราะห์ละลายในน้ำคุณภาพดีและส่วนประกอบสารอาหารบำรุงจากธรรมชาติชนิด ต่าง ๆ เป็นส่วนประกอบผลิตภัณฑ์อาหารเสริมบำรุงที่มีคุณภาพสูง

นมผึ้ง 100%

ผลิตผลจาก ธรรมชาติ เพื่อคืนความกระจ่างใส ชุบชีวิตใหม่ให้ผิวสวย จากภายในสู่ภายนอก ผู้หญิงค่อนข้างจะตระหนักถึงความสวยงาม และใช้เงินจำนวนมากในการเลือกซื้อเครื่องสำอาง เครื่องประทินผิว ครีมบำรุงต่าง ๆ โดยละเลยที่จะดูแลสุขภาพภายในสนใจความงามแต่ภายนอก

คลอลาเจนจากปลาทะเล ช่วยเสริมการสร้างเนื้อเยื้อคลอลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวแข็งแรงผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูอ่อนกว่าวัย ทำให้เซลล์ผิวแก่ช้า หน้าอ่อนกว่าวัย

ผลิตภัณฑ์ดีท็อกซ์ขับล้างสารพิษ ออร์แกนิค นูทริชั่น แอนด์ รีจูวีแลค อาหารเสริมจากพืชผัก 100% ไม่มีการปรุงแต่ง จากธรรมชาติล้วนๆ ผลิตภัณฑ์จากพืชผักผสมชนิดผง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สำหรับผู้ที่ต้องการเส้นใยอาหาร

ไล้ท์เทนนิ่งครีม Kristine Ko-Kool Gold Perfect Lightening ครีมบำรุงผิว ยับยั้งและลด กระ ฝ้า รอยด่างดำ ช่วยในการผลัดเซลผิวเก่า

ครีมไข่มุกคังเซ็น Kristine Ko-kool Pearl Nourish Cream

ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความกระจ่างของผิว มีจำหน่ายทั่วโลกด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย เนื้อครีมละเอียดอ่อน ผ่านการตรวจสอบจาก อย. ทุกประเทศที่จำหน่าย

Posted on

วันนี้คุณดูแลผิวรอบดวงตาดีพอหรือยัง

คุณคิดว่าผิวส่วนไหนในร่างกายเราบางที่สุด?
คุณคิดว่าผิวส่วนไหนในร่างกายเราเกิดริ้วรอยง่ายที่สุด?
คุณคิดว่าผิวส่วนไหนในร่างกายเราเมื่อเกิดริ้วรอยแล้ว คนอื่นคิดว่าเราอายุมากกว่า 30 ทันที?

….คำตอบคือ ผิวรอบดวงตา….

คุณมีพฤติกรรมเหล่านี้ในแต่ละวันหรือไม่

– ชอบเมคอัพรอบดวงตา ?
– ชอบขยี้ตาเป็นประจำ ?
– เมื่อเกิดอาการคันรอบดวงตา คุณชอบใช้ปลายเล็บกดไว้ ?
– ทำงานอยู่ในห้องแอร์ ?
– ทำงานในที่มีแสงจัด เวลามองจนต้องหยีตานานๆ ?
– อยู่หน้าคอมพิวเตอร์นานๆ และชอบเพ่งเล็งหน้าจอคอมฯ ?
– เวลาล้างหน้าชอบทำความสะอาดผิวรอบรองตาโดยการขยี้ ?
– ไม่ชอบใช้ ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางสำหรับผิวรอบดวงตา ?
– ชอบยิ้ม หัวเราะ หรือกิริยาอื่นๆ ที่ส่งผลถึงผิวรอบดวงตา ?

หากคุณหลีกเลี่ยงพฤติกรรมดังที่กล่าวมาไม่ได้ คุณควรเริ่มดูแลผิวรอบดวงตาตั้งแต่วันนี้…

หลายๆ คนอาจเคยได้ยินว่า “ดวงตาคือหน้าต่างของดวงใจ” ไม่ว่าจะพูด ยิ้ม หัวเราะ หรือแสดงสีหน้าอื่นๆ คุณกล้าแสดงสีหน้าเหล่านั้นเต็มที่หรือไม่ หรือปากเต็มที่แต่ตายังกลมโตเหมือนเดิม???

“แล้ววันนี้คุณดูแลผิวรอบดวงตาดีพอหรือยัง???”

……………………………………………………………………………………………

สินค้าแนะนำ

ครีมบำรุงรอบดวงตา คังเซน คริสติน โคคูล ไฮยาลอส โอเวอร์ไนท์ ซีรั่ม (Hyalose Overnight Serum )

คังเซน:ไฮยาลอส โอเวอร์ไนท์ ซีรั่ม(Hyalose Overnight Serum ) เครื่องสำอางค์คุณภาพคังเซน ลดริ้วรอย รอบดวงตา ใบหน้าเป็นหนึ่งในผลิตผลการคิดค้นของนักวิทยาศาสตร์ในศตวรรษที่ 21

คุณสมบัติ
ให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้ยาวนาน เป็นการผสมผสานระหว่าง Hyaluronic acid ที่มีโมเลกุลขนาดเล็กสามารถซึมซาบเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้ที่อยู่ลึกลงไปและ โมเลกุลขนาดใหญ่จะช่วยเคลือบที่ ชั้นผิวด้านนอกเพื่อไม่ให้ผิวเสียความชุ่มชื้น มีช่วยผสมของ Hyaluronic acid บริสุทธิ์ 2% คงความชุ่มชื้นจาก Aloe Vera ได้อย่างครบถ้วน ดูแลผิวที่แห้งกร้านอันเนื่องมาจากรังสี UV ไม่มีน้ำหอมผสม

(Hyaluronic Acid) เติมความชุ่มชื่นให้ผิว Hyaluronic acid มีอยู่ในร่างกายทั่วไปรวมทั้งผิวหนังด้วย Hyaluronate เป็นmoisturizer เพราะสารละลายของมันมีความหนืด viscous สูง. Hyaluronic acid (HA)เป็นpolysaccharides ประกอบด้วย repeat disaccharide units ของ N-acetylglucosamine และ glucuronic acid. HA ที่พบในทางการค้ามักอยู่ในรูป sodium salt form. HA เป็นสารที่สำคัญทำให้ผิวหนังมนุษย์กักเก็บน้ำได้. สิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีและความชราทำให้ปริมาณ สารนี้ในผิวหนังลดลง ทำให้การกักเก็บน้ำในผิวหนังลดลง ผิวหนังจึงแลดูแห้งและหยาบ สาเหตุหลักอย่างหนึ่งที่ทำให้ผิวหนังแลดูมีความสูงอายุคือการที่ปริมาณ

ปกติ Hyaluronic acid (hyalos) จะถูกผลิตขึ้นในผิวเองตามวัยและทำหน้าที่หล่อเลี้ยงผิวบริเวณชั้นหนังแท้ (Dermis) และกระจายไปถึงชั้นผิวหนังกำพร้า (Epidermis) และ Hyaluronic acid ยังเป็นตัวนำพาน้ำและสารอาหารอื่น ๆ เข้าสู่เซลล์ผิวผ่านชั้นหนังกำพร้าทางโพรงเล็ก ๆ

Hyaluronic acid จะลดน้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบกับผิว ดังนี้
1. ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น
2. ผิวมีความแห้งกร้าน
3. มีปัญหาริ้วรอย
4. ผิวขาดความเรียบเนียนตึงกระชับ

วิธีการใช้ ใช้ทาบำรุงรอบดวงตา หรือใช้ทาทั้งใบหน้า เช้า เย็น จะช่วยลดริ้วรอย ความหมองคล้ำ ซึมง่ายไม่ทำให้ผิวมันเหนอะหนะ Kristine Ko-Kool Hyalos Overnight Serum

มีให้เลือก 2 ขนาด

Posted on

DR.QU ผู้ค้นพบเคล็ดลับแห่งความงาม

DR.QU ผู้ค้นพบเคล็ดลับแห่งความงาม

ประวัติ DR. QU KUIZUN เกิดที่เมือง QINGDAO ประเทศจีน ในปี 1915 และสำเร็จการศึกษาจาก NATIONAL MEDICAL UNIVERSITY ในปี 1945 (หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม THIRD MILITARY MEDICAL UNIVERSITY)

ตำแหน่งที่ท่านได้รับ

– ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโรคผิวหนัง

– ผู้อำนวยการด้านโรคผิวหนังแห่งมหาวิทยาลัยการแพทย์ชิงเต่าสาธารณรัฐประชาชนจีน

– ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามของผิวพรรณและเส้นผมระดับชาติ

ปัจจุบัน DR.QU ได้เกษียณตัวเอง เพื่อทุ่มเทเวลาให้กับงานวิจัยของท่านได้เต็มที่ โดยมุ่งเน้นที่การวิจัยทางด้านความงาม ภายใต้ทั้งทฤษฎีของจีนผสมผสานกับทฤษฎีตะวันตก โดยเน้นทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ จนกระทั่งบัดนี้มีผลิตภัณฑ์ความงานที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนามาจากสมุนไพรธรรมชาติกว่า 40 ชนิดด้วยกัน

DR.QU ผู้คิดค้นสูตรลับเพื่อสร้างสรรค์ความงามอันยิ่งใหญ่ โดยสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติที่มีความเข้มข้นสูง เพื่อผลิตภัณฑ์ที่คงไว้ซึ่งความงามของผิวพรรณและเส้นผม โดยได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องสำอาง เพื่อความงามยุคใหม่อย่างแท้จริง DR.QU ผู้ได้รับรางวัลเกียรติยศระดับประเทศและระดับชนานาชาติ จากความสำเร็จในการค้นคว้าด้านวิชาการความงามมาแล้วอย่างมากมาย เช่น

– รางวัลผู้คิดค้นวิทยาการจีน ครั้งที่ 1

– รางวัลเหรียญทองลิขสิทธิ์นานาชาติ ครั้งที่ 1

– รางวัลดีเด่นด้านรักษาโรคผิวหนังโดยใช้คอมพิวเตอร์

– รางวัลเหรียญเงินนักวิจัยนานาชาติกรุงเจนีวา

– รางวัลนักวิชาการดีเด่นสารธารณรัฐประชาชนจีน

ผลงานการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของ DR. QU

ACNE ROSACEA หรือการอักเสบของผิวหนังนั้น เป็นอาการติดเชื้อทางผิวหนังโดยทั่วไป โดยในตำราการแพทย์ มักจะให้คำจำกัดความถึงอาการดังกล่าวว่าเกิดมาจากหลายสาเหตุด้วยกันและไม่สามารถชี้เฉพาะเจาะจงลงไปได้ว่าเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ ด้วยเหตุดังกล่าวแม้กระทั่งในปัจจุบันก็ยังไม่มีคำจำกัดความถึงสาเหตุของการเกิดการอักเสบของผิวหนังได้อย่างแจ่มชัด จึงมีความจำเป็นเร่งด่วน ในการหาหนทางเพื่อหยุดอาการดังกล่าวซึ่งเป็นสิ่งที่บั่นทอนความงามของมนุษย์ทุกขณะ

DEMODEX เชื้อไรอันตรายทำลายผิวพรรณ

DEMODEX คือเชื้อไรที่อาศัยอยู่ในต่อมไขมันบนผิวพรรณของคนเรา โดยเชื้อไรนี้จะคอยกัดกินสารอาหรทำลายโครงสร้างของเซลล์ ทำให้ต่อมไขมันอักเสบและเกิดการลุกลาม ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคผิวหนังต่างๆ เช่นสิวอักเสบ ต่อมไขมันอักเสบ ผื่นแดง ผมร่วง โรคปลายจมูกแดง เป็นต้น ผลการวิจัยทางวิชาการที่ได้ทำการศึกษา ค้นคว้า โดยการสุ่มตัวอย่างจากคนแต่ละเชื้อชาติ ประเทศ อายุ และอาชีพ พบว่ามีเชื้อ DEMODEX อาศัยอยู่ 97.68% ซึ่งเท่ากับว่ามีเพียง 2.32 % เท่านั้นที่ไม่ได้รับเชื้อ DEMODEX แต่คุณจะเป็นผู้โชคดีในจำนวนน้อยนิด นั่นหรือไม่

ประเภทของเชื้อไร DEMODEX

DEMODEX คือเชื้อไรชนิดหนึ่ง ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกโดย DR. QU เชื้อไร DEMODEX เป็นพาราสิทที่อาศัยอยู่บนผิวหนังของทั้งมนุษย์และสัตว์ตั้งแต่เราถือกำเนิดขึ้นมา อาจกล่าวได้ว่าที่ไหนที่มีมนุษย์และสัตว์ที่นั่นก็จะมีเชื้อไร DEMODEX อยู่เสมอไป เพราะเชื้อไรชนิดนี้มีขนาดที่เล็กมากและอยู่ในอากาศ รอบๆ ตัวมนุษย์

เราสามารถแบ่งเชื้อไร DEMODEX ออกเป็น 2 ชนิดด้วยกัน

– DEMODEX FOLLICOLORUM (D.F.) อยู่ในรูขุมขนบนใบหน้า(ตัวหางสั้น)

– DEMODEX BREVIS (D.B.) อยู่ใน SEBACEOUS GLANDS บนหนังศีรษะและตามตัว(ตัวหางยาว)

เชื้อไร DEMODEX จะอาศัยอยู่ในรูขุมขนของมนุษย์และสัตว์ และใน ต่อม SEBACEOUS

เชื้อไรจะอาศัย กิน ถ่าย ผสมพันธ์ ลอกคราบ และตาย เป็นวัฎจักรวนเวียนเช่นนี้อยู่ในรูขุมขนของเรา ทั่วไปแล้วเชื้อไรจะมีอายุขัยประมาณ 14 วัน

ปกติแล้วเราจะไม่พบเชื้อไร DEMODEX ในตัวเด็กแรกเกิดอายุ 6 วัน แต่จะพบเชื้อไรเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้นและจากการสำรวจ สำหรับผู้ที่มีเชื้อไรอยู่บนผิวหน้ามากเกินไป จะเป็นสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบและปัญหาเกี่ยวกับผิวพรรณตามมา

การป้องกันและดูแลรักษาความงาม

จากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของ DR.QU เป็นที่ทราบกันดีว่า PARASITE อย่างเชื้อไร DEMODEX นั้นเกิดมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน เราไม่สามารถกำจัดเชื้อไรจากร่างการมนุษย์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่เราสามารถทำได้คือ การควบคุมและจำกัดปริมาณของเชื้อไร ไม่ให้มีปริมาณมากเกินไปจนเป็นสาเหตุของผิวหนังอักเสบ สิว และปัญหาริ้วรอยก่อนวัย

ถึงกระนั้นก็ดีจากการตรวจพบเชื้อไร DEMODEX ในผู้คน 97.68% นั้น จะมีกลุ่มคนจำนวนไม่มากนักที่พบเชื้อไร DEMODEX ในปริมาณที่มากผิดปกติและมีปัญหาผิวพรรณขั้นรุนแรง คือปัญหารูขุมขนกว้าง ใบหน้ามีผื่นแดง สิวอักเสบเป็นหนอง ผมร่วง ริ้วรอยก่อนวัย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความงามโดยตรง

ความสำเร็จจากการทดลองของ DR. QU ในการใช้สมุนไพรธรรมชาติ นำมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อความงามนั้น ถือเป็นการเปิดพรมแดนในการดูแลรักษาสุขภาพและความงามไปพร้อมๆกัน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นอกจากจะเพิ่มพูนสติปัญญาและความเฉลียวฉลาดของมนุษย์แล้ว ยังเสริมความงามควบคู่กันไปอีกด้วย

มีสมุนไพรธรรมชาติมากมายหลายชนิด โดยเฉพาะสมุนไพรจีน ซึ่งถูกค้นพบและสกัดใช้เป็นยามาหลายพันหลายร้อยปี ในประเทศจีนมีสมุนไพรที่ยอมรับว่าสามารถนำมาใช้เป็นยาและอาหารเสริม สกัดจากพืชมากกว่า 11,146 ชนิด จากสัตว์ 1,501 ชนิด และจากแร่ธาตุชนิดต่างๆ อีก 80 ชนิด

DEMODICIDIN สูตรสมุนไพรธรรมชาติ ระงับเชื้อ DEMODEX

การศึกษาค้นคว้าเป็นเวลานานกว่า 30 ปีของ DR.QU ที่สั่นสะเทือนวงการเสริมความงาม ด้วยสูตรสมุนไพรระงับเชื้อจากธรรมชาติ DEMODICIDIN ซึ่งถูกคิดค้นและวิจัยโดย DR.QU และสารสกัดจากธรรมชาติจำพวกวิตามิน กรดอะมิโน สารที่มีประโยชน์ เช่น GINSENG, GANODERMA LUCIDUM, ROYAL JELLY, CORTEX ENCOMMIAE, POLYGONUM MULTIFLORUM สารที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ล้วนแล้วแต่มีส่วน ในการช่วยสมาน รักษา และบำรุงผิวพรรณ พร้อมทั้งลดปริมาณเชื้อไร DEMODEX ไปด้วยพร้อมๆ กัน ที่มีเอกลักษณ์และประสิทธิภาพ ดังนี้

ระงับการแพร่พันธุ์ของเชื้อ DEMODEX
ระงับเชื้อ ป้องกันโรค และลดการอักเสบของต่อมไขมันต่างๆ
บำรุงและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเส้นผม
บำรุงความชุ่มชื้นให้แก่ผิวพรรณ
ชะลอความเหี่ยวย่นของผิวพรรณ
สารสกัดจากธรรมชาติ
นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรอีกชนิดที่ DR. QU นำมาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ นั่นคือ SEABUCK THORN สมุนไพรที่เปรียบเสมือนขุมทรัพย์จากธรรมชาติ ช่วยป้องกันมะเร็ง ชะลอริ้วรอยก่อนวัย และป้องและถนอมผิวจากมลภาวะต่างๆ โดย DR. QU จะนำพืชชนิดนี้ที่ปลูกกันมากในที่ราบสูงทิเบต มาสกัดเอาสารอาหารที่มีประโยชน์จากผลและเมล็ด และนำมาผสมในผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยแก้ปัญหาผิวพรรณอย่างแท้จริง

สารสกัดธรรมชาติสูตรพิเศษนี้ปรุงขึ้นจากสมุนไพรมากกว่า 30 ชนิดที่มีคุณสมบัติในการระงับเชื้อ DEMODEX แล้วยังประกอบด้วยสารอาหารบำรุงที่ผิวหนังต้องการ เช่น กรดอะมิโน 22 ชนิด วิตามินรวมหลายชนิด และสารอาหาร SOD เป็นต้น เพื่อคงความงามดุจหนุ่มสาวที่ธรรมชาติมอบให้

ผลิตภัณฑ์ DR.QU ชุดบำรุงและถนอมผิวพรรณให้งามสดใสด้วยวิธีการตามธรรมชาติ

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณและเส้นผมสูตร DR.QU ประสิทธิภาพเพื่อการปกป้องและฟื้นฟูความงามตามธรรมชาติของมนุษย์ DR.QU ผลิตภัณฑ์เพียงชนิดเดียวในโลกเท่านั้นที่สามารถยับยั้งการแพร่พันธุ์ของเชื้อ DEMODEX ซึ่งผลิตภัณฑ์อื่นๆทั่วไปไม่อาจเลียนแบบได้

ดร.คู แฮลท์ (DR.QU Hairlth wash)

dr-qu004

แชมพูสระผมสูตร DR.QU ช่วยให้เส้นผมและหนังศีรษะสะอาดล้ำลึก ยับยั้งการเจริญเติบของเชื้อ DEMODEX ปรับสภาวะของรูขุมขนและต่อมไขมันไม่ให้อุดตัน คงสภาพความสมดุลของน้ำและไขมัน เมื่อใช้เป็นประจำจะช่วยขจัดปัญหาเส้นผมขาดการบำรุง และผมร่วง เส้นผมจะกลับนุ่มสลวย เงางาม

ดร.คู เฟเชียล คลีนเซอร์ (DR.QU Facial cleanser)

dr-qu002

ครีมล้างหน้าที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดสิ่งสกปรก ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ DEMODEX รักษษความสะอาดของรูขุมขนและต่อมไขมัน ช่วยปรับสภาพความชุ่มชื้นของผิวให้สมดุล ป้องกันโรคปลายจมูกแดง รักษาโรคผิวหนัง ลดสิว แก้ใบหน้ามัน

ดร.คู คลีนซิ่ง บาร์ (DR.QU cleansing bar)

dr-qu003

สบู่ปรับสภาพผิวสำหรับความสะอาดที่ลำลึก เพราะเชื้อ DEMODEX ไม่เพียงแต่แพร่พันธุ์ เฉพาะที่ผิวหนังเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันยังสามารถเจริญเติบโตในส่วนอื่นของร่างกายได้ด้วย สบู่ปรับสภาพผิวสูตร DR.QU จะช่วยในการกำจัดเชื้อ DEMODEX ฆ่าเชื้อโรค แก้การอักเสบของผิวหนัง และช่วยให้ผิวมีความนุ่มนวลชุ่มชื้นและน่าสัมผัส

ดร.คู มอยส์เจอร์แอคทีฟ ครีม (DR.QU Moisture active cream)

dr-qu005

ครีมบำรุงที่อุดมด้วยสารอาหาร DEMODICIDIN และสารบำรุงจากธรรมชาติ มีประสิทธิภาพป้องกันเชื้อ DEMODEX ได้ดี คงความชุ่มชื้นให้แก่ผิว เร่งการปรับสภาพผวิให้เกิดการสร้างเซลล์ใหม่ ลบรอยเหี่ยวย่น กำจัดฝ้า ยืดอายุผิวไม่ให้เหี่ยวย่นก่อนวัย ช่วยให้ผิวหน้าสดใสมีน้ำมีนวล