Posted on

คังเซน รีวิว : เจ้าของเว็บนี้ใช้ครีมตัวไหนบ้างล่ะ (รัศมี ข้อสกุล)

russamee1

อดีต คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เพราะรูปมันฟ้อง ว่าผิวหน้าค่อนข้างมีหลายปัญหา ทั้งสิว หน้ามัน หน้าบาน นั่นเป็นผวเมื่อ 6 ปีก่อน แต่ตอนนั้นก็ใช้ครีมคังเซนแล้วนะคะ ช่วงนั้นใช้ไม่เหมาะกับปัญหา เพราะหน้ามีปัญหาเยอะแต่ใช้ครีมไขุมุกกับสบู่ ดร.คู ปัญหาก็เลยหายช้า รอยสิวก็หายยาก หน้าก็ไม่ใสสักที แต่กว่าจะรู้ตัวว่าใช้แบบผิดๆ ก็เสียเวลามาตั้ง 4 ปี

…มาดูเทคนิคการใช้เครื่องสำอางให้ได้ผลเร็วดีกว่าค่ะ ง่ายๆเลย ลองนึกดูค่ะว่า เราใช้อะไรบ้างที่เกี่ยวกับหน้าเราในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็น โฟม ขัด โทนเนอร์ ครีมบำรุง กันแดด บรัสออน แป้ง อาย ลิป ครีมมาร์กหน้า ซับมัน สำลี ผ้าเช็ดหน้า หรืออื่นๆ ที่รัศให้เช็คสินค้าทุกอย่างที่เราใช้กับหน้า เพราะมันมีผลต่อผิวของเราค่ะ ถ้าหากสินค้าที่กล่าวมา คุณใชมากกว่า 3 ยี่ห้อ บอกได้คำเดียวค่ะว่าผิวของคุณมีความเสี่ยงสูง ยิ่งถ้าเกรดสินค้าต่างกันมาก ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเข้าไปอีก แต่ก่อนรัศใช้รวมกันมากว่า 5 ยี่ห้อค่ะ แต่ตอนนี้รัศใช้ยี่ห้อเดียวคือคังเซนฯ ผลที่ได้รัศพอใจมากค่ะ ไม่เคยรู้เลยว่าผิวเราก็เนียนใสเมือนคนอื่นๆได้ จากที่หน้าเป็นสิวเรื้อรังมาตั้งหลายปี ไม่น่าเชื่อว่าหายได้ แล้วตอนนี้รัศใช้อะไรบ้าง มาดูกันค่ะ

เช้า

โฟม คาเวียร์ หรับทำความสะอาดผิว เช้า-เย็น ทุกวัน

รีมูฟเวอร์ สำหรับเช็ดเครื่่องสำอาง ตอนเย็น

คลีนซิ่งมิลค์ + สครับ โกลด์ สำหรับทำความสะอาดรูขุมขนและขจัดเซลผิวที่ตายแล้ว ตอนเย็น สัปดาห์ละ 1-2

จิ้วฟู ครีม สำหรับบำรุงผิว ตอนเช้า

มอยเจอร์ เบสิก สกิน สำหรับบำรุงผิวตอนเย็น

ไฮยาลอส สำหรับรอบดวงตา เช้า-เย็น

ครีมไข่มุก สำหรับตอนเช้า ทุกวัน

ครีมกันแดด โกลด์ สำหรับตอนเช้า

กันแดดแบบรองพื้น SPF 50 เมื่อต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันแสงแดด หรือเพิ่มความมั่นใจ ในระหว่างวัน

บรัสออน เนื้อครีม Nena สีชมพู สำหรับตอนเช้าและระหว่างวัน ทุกวัน

อายเชโดว์ Nena สำหรับตอนเช้า ทุกวัน

มาสคาร่า Nena สำหรับตอนเช้า ทุกวัน

ลิป ดินท์ Nena เบอร์ 2 สำหรับตอนเช้าและระหว่างวัน ตามต้องการ

ลิป ทรีทเม้นท์ อมชมพู สำหรับตอนเช้าและระหว่างวัน ตามต้องการ

ฟิล์มซับมัน สำหรับช่วงระหว่างวัน ตามต้องการ

ลิป ทรีทเม้นท์ อมชมพู สำหรับตอนเช้าและระหว่างวัน ตามต้องการ

วิธีใช้

เช้า

1. ล้างหน้าด้วยโฟม คาเวียร์
2. ซับหน้าให้แห้ง แล้วทาจิ้วฟู ครีม ทันที
3. ทารอบดวงตาด้วย ไฮยาลอส เซรั่ม
4. พักไว้สัก 1 นาที แล้วทาครีมไข่มุก
5. ทาครีมกันแดด โกลด์
6. ปัดแก้มด้วย บรัสออน เนื้อครีม Nena สีชมพู
7. แต่งแต้มสีสันตามต้องการจ้า
เย็น

1. พรมน้ำที่ใบหน้าให้ชุ่ม
2. หยดรีมูฟเว่อลงบนสำลีให้ชุ่ม แล้วเช็ดให้ทั่วใบหน้า ริมฝีปาก รอบดวงตา คอ
3. นวดหน้าด้วยคลีนซิ่ง มิลค์ โดยบีบครีมใส่ฝ่ามือแล้วใช้นิ้วตีครีมเพื่อให้ครีมแตกตัว แล้วค่อยนำมานวดที่หน้า เบาๆ ประมาณ 2 นาที
4. ล้างออกด้วยโฟม คาเวียร์
5. ซับหน้าให้แห้ง แล้วทาครีม เบสิก สกิน ทันที
6. ทารอบดวงตาด้วย ไฮยาลอส เซรั่ม

***อุปกรณ์เสริมเพื่อผลลัพธ์ที่เร็วมากยิ่งขึ้น คือ เครื่องนวดหน้า Up5

***พร้อมทานอาหารเสริมบำรุงภายใน เพื่อผิวสวยๆ จะได้อยู่กับเรานานๆ

***อาหารเสริมบำรุงผิวและบำรุงร่างกาย จะช่วยให้ผิวพรรณของเราเห็นผลเร็วจากการใช้เครื่องสำอางด้วยค่ะ

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 081-3921132(Dtac), 090-1191190(AIS) รัศมี

Posted on

เลือกวิตามินเสริมอย่างฉลาด

เลือกวิตามินเสริมอย่างฉลาด
/เอมอร คชเสนี .

วิตามินเสริมหรืออาหารเสริมอาจจะสามารถเติมเต็มสารอา หารที่ได้รับจากอาหารมื้อปกติได้ แต่ไม่ใช่สิ่งที่จะใช้ทดแทนอาหารตามปกติ เนื่องจากไม่สามารถทดแทนสารอาหารหลายๆ ชนิดที่พบได้ในอาหาร

อาหารสดเป็นแหล่งวิตามินที่ดีที่สุด ให้ประโยชน์มากกว่าวิตามินเสริมหลายประการ เนื่องจากอาหารประกอบด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายช นิดที่ร่างกายต้องการ ยกตัวอย่างเช่น ส้ม 1 ผล นอกจากจะให้วิตามินซี ยังให้เบต้าแคโรทีน แคลเซียม และสารอาหารชนิดอื่นๆ ขณะที่อาหารเสริมวิตามินซี ไม่มีสารอาหารอื่นๆ เหล่านี้

ผักและผลไม้ยังประกอบด้วยสารอาหารตามธรรมชาติที่เรีย กว่า ไฟโตเคมิคัล ที่อาจช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ผักและผลไม้หลายชนิดยังเป็นแหล่งที่ดีของสารต้านอนุม ูลอิสระ ซึ่งช่วยชะลอการทำลายเซลล์และเนื้อเยื่ออีกด้วย
นอกจากนี้ ผักผลไม้สดยังมีเส้นใยอาหาร ซึ่งมีความสำคัญต่อการย่อย ช่วยป้องกันอาการท้องผูก และยังช่วยป้องกันการเกิดโรคที่สำคัญ เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ

อย่างไรก็ตาม หากมีความจำเป็นหรือต้องการใช้วิตามินเสริมจริงๆ มีข้อแนะนำดังนี้

1.ตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เนื่องจากฉลากจะบอกว่า มีส่วนประกอบอะไรบ้าง ส่วนประกอบชนิดไหนที่ออกฤทธิ์ มีสารอาหารใดเป็นส่วนประกอบ ขนาดและปริมาณที่ใช้ รวมทั้งปริมาณสารอาหารในแต่ละครั้งที่ใช้ ฉลากยังบอกวิธีการใช้และการเก็บรักษาอย่างปลอดภัย พร้อมทั้งชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิต ผู้บรรจุ และผู้จัดจำหน่าย ที่สามารถติดต่อได้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ

2.ตรวจสอบวันหมดอายุ อาหารเสริมวิตามินมักจะสูญเสียประสิทธิภาพเมื่อหมดอา ยุ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสภาพอากาศที่ร้อนและชื้น หากไม่ระบุวันหมดอายุก็ไม่ควรซื้อ และหากวิตามินเสริมที่ใช้อยู่หมดอายุแล้ว ก็ควรทิ้งไป อย่าเสียดาย

3.รู้จักใช้อย่างปลอดภัย การบริโภควิตามินในปริมาณสูง อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ เช่น ไนอะซินหรือวิตามินบี3 ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับตับ วิตามินเอในปริมาณมากเกินไปก็ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกั บตับ หรือทำให้กระดูกอ่อนลงในผู้หญิงได้ นอกจากนี้ วิตามินเสริมอาจไปรบกวนการใช้ยา เช่น วิตามินอี มักจะไม่แนะนำให้ใช้ หากกำลังรับประทานยาที่ทำให้เลือดจาง เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลงได้ ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้

4.วิตามินสังเคราะห์มักจะถูกเรียกว่าเป็นวิตามินธรรม ชาติเหมือนกัน เพียงแต่จะมีราคาแพงกว่าเท่านั้น อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาว่ามีการเพิ่มสมุนไพร เอนไซม์ หรือกรดอะมิโน เพราะสารเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้ราคาแพงมากยิ่งขึ้น

5.เก็บอาหารเสริมวิตามินไว้ในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงการเก็บไว้ในที่ร้อนและชื้น เช่น ในห้องน้ำ รวมทั้งเก็บให้ห่างจากเด็กๆ หรือเก็บในที่ที่มีกุญแจปิดล็อก อย่าวางทิ้งไว้ในที่ที่เด็กสามารถหยิบได้ เพราะเด็กอาจหยิบมารับประทานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์แล้วเกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารเสริมที่มีเหล็ก เพราะเหล็กในปริมาณสูงเกินไป มักเป็นสาเหตุการเสียชีวิตด้วยพิษของเด็กๆ

1.Bioflavonoids เช่น rutin (บางแห่งเรียกวิตามินพี), hesperidin ซึ่งเชื่อกันว่ามีประโยชน์ในการรักษาโรคเกี่ยวกับเส้ นเลือดเปราะ Bioflavonoids สลายตัวในทางเดินอาหาร ทำให้มีการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายน้อย วิตามินพี ประกอบด้วยสารที่มีสีสด ซึ่งพบได้บ่อยในผักผลไม้ โดยจะมีให้เห็นคู่กับวิตามินซีเสมอ แต่วิตามินซีสังเคราะห์จะไม่มีวิตามินพี

แหล่งที่พบมาก ได้แก่ ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ส่วนที่เป็นเยื่อขาวๆ อยู่ระหว่างกลีบ และอยู่ระหว่างเปลือกและเนื้อ เช่น มะนาว ส้มโอ องุ่น ข้าวสาลีทั้งเมล็ดที่ยังไม่ได้ขัดสี พริกหวาน มะเขือเทศ มะละกอ บร็อคโคลี่ แคนตาลูป เป็นต้น

หน้าที่สำคัญของวิตามินพี คือ ช่วยในการดูดซึมวิตามินซี ช่วยให้ผนังเส้นเลือดฝอยแข็งแรง ไม่แตกเปราะง่าย ช่วยต่อต้านการอักเสบ ช่วยป้องกันโรคหวัด และช่วยป้องกันไม่ให้วิตามินในร่างกายและอะดรีนาลีนถ ูกทำลาย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมี

2.Pangamic acid มักเรียกกันด้วยความเข้าใจผิดว่า วิตามินบี 15 สารชนิดนี้ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ หรือฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาแต่อย่างใด และยังอาจมีคุณสมบัติเป็นสารก่อการกลายพันธุ์ได้

3.Laetrile หรือ Amygdalin เดิมมีชื่อเรียกว่า วิตามินบี 17 เป็นสารประเภทไซยาไนด์ อยู่ในผลอะปริคอท มีการโฆษณาว่า Laetrile สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้ แต่ไม่มีผลกับเซลล์ปกติ แต่จากรายงานของ National Cancer Institute ไม่พบว่า Laetrile มีผลในการรักษาโรคมะเร็งแต่อย่างใด และสารนี้ไม่ผ่านการรับรองของเอฟดีเอ หรือองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา อันตรายที่เกิดขึ้นจากการใช้ Laetrile คือพิษของไซยาไนด์ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 6% นอกจากนี้การที่ผู้ป่วยหลงเชื่อสรรพคุณของตัวยา แล้วไม่ได้บำบัดรักษาโรคมะเร็งอย่างถูกวิธี ก็จะก่อให้เกิดผลเสียอย่างร้ายแรงกับผู้ป่วยได้

Posted on

ใช้กันแดดให้คุ้มไม่ทำร้ายผิว

ครีมกันแดดที่ดีควรป้องกันได้ทั้งรังสียูวีเอและบี สังเกตได้จากค่า PA (Protection of UV-A) มาพร้อมกับเครื่องหมาย + ช่วยป้องกันรังสียูวีเอ เช่น PA+++ ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องอยู่กลางแจ้งถูกแดดนาน แต่ถ้าอยู่ในอาคารหรือที่ร่ม เลือกใช้เพียง PA+ ก็เพียงพอ

ส่วนค่า SPF (Sun Protection Factor) ตัวป้องกันรังสี ยูวีบี พร้อมกับตัวเลขต่อท้าย อาทิ SPF 8 หรือ SPF 15 ที่หมายถึงระยะเวลาในการปกป้องผิวจากแสงแดด คิดคำนวณได้ง่าย ๆ โดยปกติถือเอาเวลา 15 นาที ที่ตากแดด ผิวจะเริ่มไหม้

ดังนั้น ให้นำ 15 คูณกับตัวเลขหลัง SPF เช่น SPF 8 คือ 15 x 8 หมายถึง ประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดนาน 120 นาที

การเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ๆ ใช่ว่าจะป้องกันแสงแดดได้ดีเสมอไป เพราะค่าสูงแค่ไหนก็กันแดดได้ราว 2-3 ชั่วโมง เนื่องจากสารเคมีจะละลายไปกับเหงื่อ แถมยังเสี่ยงต่อการตกค้างของสารเคมี ตัวการทำให้เกิดสิวและริ้วรอย ที่เหมาะสมควรใช้เพียงแค่ SPF 15

เพื่อให้การใช้ครีมกันแดดได้ผลดี ให้ทาก่อนออกแดดราว 15-30 นาที.

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

Posted on

วันนี้คุณดูแลผิวรอบดวงตาดีพอหรือยัง

คุณคิดว่าผิวส่วนไหนในร่างกายเราบางที่สุด?
คุณคิดว่าผิวส่วนไหนในร่างกายเราเกิดริ้วรอยง่ายที่สุด?
คุณคิดว่าผิวส่วนไหนในร่างกายเราเมื่อเกิดริ้วรอยแล้ว คนอื่นคิดว่าเราอายุมากกว่า 30 ทันที?

….คำตอบคือ ผิวรอบดวงตา….

คุณมีพฤติกรรมเหล่านี้ในแต่ละวันหรือไม่

– ชอบเมคอัพรอบดวงตา ?
– ชอบขยี้ตาเป็นประจำ ?
– เมื่อเกิดอาการคันรอบดวงตา คุณชอบใช้ปลายเล็บกดไว้ ?
– ทำงานอยู่ในห้องแอร์ ?
– ทำงานในที่มีแสงจัด เวลามองจนต้องหยีตานานๆ ?
– อยู่หน้าคอมพิวเตอร์นานๆ และชอบเพ่งเล็งหน้าจอคอมฯ ?
– เวลาล้างหน้าชอบทำความสะอาดผิวรอบรองตาโดยการขยี้ ?
– ไม่ชอบใช้ ผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางสำหรับผิวรอบดวงตา ?
– ชอบยิ้ม หัวเราะ หรือกิริยาอื่นๆ ที่ส่งผลถึงผิวรอบดวงตา ?

หากคุณหลีกเลี่ยงพฤติกรรมดังที่กล่าวมาไม่ได้ คุณควรเริ่มดูแลผิวรอบดวงตาตั้งแต่วันนี้…

หลายๆ คนอาจเคยได้ยินว่า “ดวงตาคือหน้าต่างของดวงใจ” ไม่ว่าจะพูด ยิ้ม หัวเราะ หรือแสดงสีหน้าอื่นๆ คุณกล้าแสดงสีหน้าเหล่านั้นเต็มที่หรือไม่ หรือปากเต็มที่แต่ตายังกลมโตเหมือนเดิม???

“แล้ววันนี้คุณดูแลผิวรอบดวงตาดีพอหรือยัง???”

……………………………………………………………………………………………

สินค้าแนะนำ

ครีมบำรุงรอบดวงตา คังเซน คริสติน โคคูล ไฮยาลอส โอเวอร์ไนท์ ซีรั่ม (Hyalose Overnight Serum )

คังเซน:ไฮยาลอส โอเวอร์ไนท์ ซีรั่ม(Hyalose Overnight Serum ) เครื่องสำอางค์คุณภาพคังเซน ลดริ้วรอย รอบดวงตา ใบหน้าเป็นหนึ่งในผลิตผลการคิดค้นของนักวิทยาศาสตร์ในศตวรรษที่ 21

คุณสมบัติ
ให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้ยาวนาน เป็นการผสมผสานระหว่าง Hyaluronic acid ที่มีโมเลกุลขนาดเล็กสามารถซึมซาบเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้ที่อยู่ลึกลงไปและ โมเลกุลขนาดใหญ่จะช่วยเคลือบที่ ชั้นผิวด้านนอกเพื่อไม่ให้ผิวเสียความชุ่มชื้น มีช่วยผสมของ Hyaluronic acid บริสุทธิ์ 2% คงความชุ่มชื้นจาก Aloe Vera ได้อย่างครบถ้วน ดูแลผิวที่แห้งกร้านอันเนื่องมาจากรังสี UV ไม่มีน้ำหอมผสม

(Hyaluronic Acid) เติมความชุ่มชื่นให้ผิว Hyaluronic acid มีอยู่ในร่างกายทั่วไปรวมทั้งผิวหนังด้วย Hyaluronate เป็นmoisturizer เพราะสารละลายของมันมีความหนืด viscous สูง. Hyaluronic acid (HA)เป็นpolysaccharides ประกอบด้วย repeat disaccharide units ของ N-acetylglucosamine และ glucuronic acid. HA ที่พบในทางการค้ามักอยู่ในรูป sodium salt form. HA เป็นสารที่สำคัญทำให้ผิวหนังมนุษย์กักเก็บน้ำได้. สิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีและความชราทำให้ปริมาณ สารนี้ในผิวหนังลดลง ทำให้การกักเก็บน้ำในผิวหนังลดลง ผิวหนังจึงแลดูแห้งและหยาบ สาเหตุหลักอย่างหนึ่งที่ทำให้ผิวหนังแลดูมีความสูงอายุคือการที่ปริมาณ

ปกติ Hyaluronic acid (hyalos) จะถูกผลิตขึ้นในผิวเองตามวัยและทำหน้าที่หล่อเลี้ยงผิวบริเวณชั้นหนังแท้ (Dermis) และกระจายไปถึงชั้นผิวหนังกำพร้า (Epidermis) และ Hyaluronic acid ยังเป็นตัวนำพาน้ำและสารอาหารอื่น ๆ เข้าสู่เซลล์ผิวผ่านชั้นหนังกำพร้าทางโพรงเล็ก ๆ

Hyaluronic acid จะลดน้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบกับผิว ดังนี้
1. ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น
2. ผิวมีความแห้งกร้าน
3. มีปัญหาริ้วรอย
4. ผิวขาดความเรียบเนียนตึงกระชับ

วิธีการใช้ ใช้ทาบำรุงรอบดวงตา หรือใช้ทาทั้งใบหน้า เช้า เย็น จะช่วยลดริ้วรอย ความหมองคล้ำ ซึมง่ายไม่ทำให้ผิวมันเหนอะหนะ Kristine Ko-Kool Hyalos Overnight Serum

มีให้เลือก 2 ขนาด

Posted on

DR.QU ผู้ค้นพบเคล็ดลับแห่งความงาม

DR.QU ผู้ค้นพบเคล็ดลับแห่งความงาม

ประวัติ DR. QU KUIZUN เกิดที่เมือง QINGDAO ประเทศจีน ในปี 1915 และสำเร็จการศึกษาจาก NATIONAL MEDICAL UNIVERSITY ในปี 1945 (หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม THIRD MILITARY MEDICAL UNIVERSITY)

ตำแหน่งที่ท่านได้รับ

– ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโรคผิวหนัง

– ผู้อำนวยการด้านโรคผิวหนังแห่งมหาวิทยาลัยการแพทย์ชิงเต่าสาธารณรัฐประชาชนจีน

– ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามของผิวพรรณและเส้นผมระดับชาติ

ปัจจุบัน DR.QU ได้เกษียณตัวเอง เพื่อทุ่มเทเวลาให้กับงานวิจัยของท่านได้เต็มที่ โดยมุ่งเน้นที่การวิจัยทางด้านความงาม ภายใต้ทั้งทฤษฎีของจีนผสมผสานกับทฤษฎีตะวันตก โดยเน้นทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ จนกระทั่งบัดนี้มีผลิตภัณฑ์ความงานที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนามาจากสมุนไพรธรรมชาติกว่า 40 ชนิดด้วยกัน

DR.QU ผู้คิดค้นสูตรลับเพื่อสร้างสรรค์ความงามอันยิ่งใหญ่ โดยสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติที่มีความเข้มข้นสูง เพื่อผลิตภัณฑ์ที่คงไว้ซึ่งความงามของผิวพรรณและเส้นผม โดยได้รับการยกย่องว่าเป็นเครื่องสำอาง เพื่อความงามยุคใหม่อย่างแท้จริง DR.QU ผู้ได้รับรางวัลเกียรติยศระดับประเทศและระดับชนานาชาติ จากความสำเร็จในการค้นคว้าด้านวิชาการความงามมาแล้วอย่างมากมาย เช่น

– รางวัลผู้คิดค้นวิทยาการจีน ครั้งที่ 1

– รางวัลเหรียญทองลิขสิทธิ์นานาชาติ ครั้งที่ 1

– รางวัลดีเด่นด้านรักษาโรคผิวหนังโดยใช้คอมพิวเตอร์

– รางวัลเหรียญเงินนักวิจัยนานาชาติกรุงเจนีวา

– รางวัลนักวิชาการดีเด่นสารธารณรัฐประชาชนจีน

ผลงานการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของ DR. QU

ACNE ROSACEA หรือการอักเสบของผิวหนังนั้น เป็นอาการติดเชื้อทางผิวหนังโดยทั่วไป โดยในตำราการแพทย์ มักจะให้คำจำกัดความถึงอาการดังกล่าวว่าเกิดมาจากหลายสาเหตุด้วยกันและไม่สามารถชี้เฉพาะเจาะจงลงไปได้ว่าเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ ด้วยเหตุดังกล่าวแม้กระทั่งในปัจจุบันก็ยังไม่มีคำจำกัดความถึงสาเหตุของการเกิดการอักเสบของผิวหนังได้อย่างแจ่มชัด จึงมีความจำเป็นเร่งด่วน ในการหาหนทางเพื่อหยุดอาการดังกล่าวซึ่งเป็นสิ่งที่บั่นทอนความงามของมนุษย์ทุกขณะ

DEMODEX เชื้อไรอันตรายทำลายผิวพรรณ

DEMODEX คือเชื้อไรที่อาศัยอยู่ในต่อมไขมันบนผิวพรรณของคนเรา โดยเชื้อไรนี้จะคอยกัดกินสารอาหรทำลายโครงสร้างของเซลล์ ทำให้ต่อมไขมันอักเสบและเกิดการลุกลาม ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคผิวหนังต่างๆ เช่นสิวอักเสบ ต่อมไขมันอักเสบ ผื่นแดง ผมร่วง โรคปลายจมูกแดง เป็นต้น ผลการวิจัยทางวิชาการที่ได้ทำการศึกษา ค้นคว้า โดยการสุ่มตัวอย่างจากคนแต่ละเชื้อชาติ ประเทศ อายุ และอาชีพ พบว่ามีเชื้อ DEMODEX อาศัยอยู่ 97.68% ซึ่งเท่ากับว่ามีเพียง 2.32 % เท่านั้นที่ไม่ได้รับเชื้อ DEMODEX แต่คุณจะเป็นผู้โชคดีในจำนวนน้อยนิด นั่นหรือไม่

ประเภทของเชื้อไร DEMODEX

DEMODEX คือเชื้อไรชนิดหนึ่ง ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกโดย DR. QU เชื้อไร DEMODEX เป็นพาราสิทที่อาศัยอยู่บนผิวหนังของทั้งมนุษย์และสัตว์ตั้งแต่เราถือกำเนิดขึ้นมา อาจกล่าวได้ว่าที่ไหนที่มีมนุษย์และสัตว์ที่นั่นก็จะมีเชื้อไร DEMODEX อยู่เสมอไป เพราะเชื้อไรชนิดนี้มีขนาดที่เล็กมากและอยู่ในอากาศ รอบๆ ตัวมนุษย์

เราสามารถแบ่งเชื้อไร DEMODEX ออกเป็น 2 ชนิดด้วยกัน

– DEMODEX FOLLICOLORUM (D.F.) อยู่ในรูขุมขนบนใบหน้า(ตัวหางสั้น)

– DEMODEX BREVIS (D.B.) อยู่ใน SEBACEOUS GLANDS บนหนังศีรษะและตามตัว(ตัวหางยาว)

เชื้อไร DEMODEX จะอาศัยอยู่ในรูขุมขนของมนุษย์และสัตว์ และใน ต่อม SEBACEOUS

เชื้อไรจะอาศัย กิน ถ่าย ผสมพันธ์ ลอกคราบ และตาย เป็นวัฎจักรวนเวียนเช่นนี้อยู่ในรูขุมขนของเรา ทั่วไปแล้วเชื้อไรจะมีอายุขัยประมาณ 14 วัน

ปกติแล้วเราจะไม่พบเชื้อไร DEMODEX ในตัวเด็กแรกเกิดอายุ 6 วัน แต่จะพบเชื้อไรเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้นและจากการสำรวจ สำหรับผู้ที่มีเชื้อไรอยู่บนผิวหน้ามากเกินไป จะเป็นสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบและปัญหาเกี่ยวกับผิวพรรณตามมา

การป้องกันและดูแลรักษาความงาม

จากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ของ DR.QU เป็นที่ทราบกันดีว่า PARASITE อย่างเชื้อไร DEMODEX นั้นเกิดมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน เราไม่สามารถกำจัดเชื้อไรจากร่างการมนุษย์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่เราสามารถทำได้คือ การควบคุมและจำกัดปริมาณของเชื้อไร ไม่ให้มีปริมาณมากเกินไปจนเป็นสาเหตุของผิวหนังอักเสบ สิว และปัญหาริ้วรอยก่อนวัย

ถึงกระนั้นก็ดีจากการตรวจพบเชื้อไร DEMODEX ในผู้คน 97.68% นั้น จะมีกลุ่มคนจำนวนไม่มากนักที่พบเชื้อไร DEMODEX ในปริมาณที่มากผิดปกติและมีปัญหาผิวพรรณขั้นรุนแรง คือปัญหารูขุมขนกว้าง ใบหน้ามีผื่นแดง สิวอักเสบเป็นหนอง ผมร่วง ริ้วรอยก่อนวัย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความงามโดยตรง

ความสำเร็จจากการทดลองของ DR. QU ในการใช้สมุนไพรธรรมชาติ นำมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อความงามนั้น ถือเป็นการเปิดพรมแดนในการดูแลรักษาสุขภาพและความงามไปพร้อมๆกัน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นอกจากจะเพิ่มพูนสติปัญญาและความเฉลียวฉลาดของมนุษย์แล้ว ยังเสริมความงามควบคู่กันไปอีกด้วย

มีสมุนไพรธรรมชาติมากมายหลายชนิด โดยเฉพาะสมุนไพรจีน ซึ่งถูกค้นพบและสกัดใช้เป็นยามาหลายพันหลายร้อยปี ในประเทศจีนมีสมุนไพรที่ยอมรับว่าสามารถนำมาใช้เป็นยาและอาหารเสริม สกัดจากพืชมากกว่า 11,146 ชนิด จากสัตว์ 1,501 ชนิด และจากแร่ธาตุชนิดต่างๆ อีก 80 ชนิด

DEMODICIDIN สูตรสมุนไพรธรรมชาติ ระงับเชื้อ DEMODEX

การศึกษาค้นคว้าเป็นเวลานานกว่า 30 ปีของ DR.QU ที่สั่นสะเทือนวงการเสริมความงาม ด้วยสูตรสมุนไพรระงับเชื้อจากธรรมชาติ DEMODICIDIN ซึ่งถูกคิดค้นและวิจัยโดย DR.QU และสารสกัดจากธรรมชาติจำพวกวิตามิน กรดอะมิโน สารที่มีประโยชน์ เช่น GINSENG, GANODERMA LUCIDUM, ROYAL JELLY, CORTEX ENCOMMIAE, POLYGONUM MULTIFLORUM สารที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ล้วนแล้วแต่มีส่วน ในการช่วยสมาน รักษา และบำรุงผิวพรรณ พร้อมทั้งลดปริมาณเชื้อไร DEMODEX ไปด้วยพร้อมๆ กัน ที่มีเอกลักษณ์และประสิทธิภาพ ดังนี้

ระงับการแพร่พันธุ์ของเชื้อ DEMODEX
ระงับเชื้อ ป้องกันโรค และลดการอักเสบของต่อมไขมันต่างๆ
บำรุงและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเส้นผม
บำรุงความชุ่มชื้นให้แก่ผิวพรรณ
ชะลอความเหี่ยวย่นของผิวพรรณ
สารสกัดจากธรรมชาติ
นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรอีกชนิดที่ DR. QU นำมาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ นั่นคือ SEABUCK THORN สมุนไพรที่เปรียบเสมือนขุมทรัพย์จากธรรมชาติ ช่วยป้องกันมะเร็ง ชะลอริ้วรอยก่อนวัย และป้องและถนอมผิวจากมลภาวะต่างๆ โดย DR. QU จะนำพืชชนิดนี้ที่ปลูกกันมากในที่ราบสูงทิเบต มาสกัดเอาสารอาหารที่มีประโยชน์จากผลและเมล็ด และนำมาผสมในผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยแก้ปัญหาผิวพรรณอย่างแท้จริง

สารสกัดธรรมชาติสูตรพิเศษนี้ปรุงขึ้นจากสมุนไพรมากกว่า 30 ชนิดที่มีคุณสมบัติในการระงับเชื้อ DEMODEX แล้วยังประกอบด้วยสารอาหารบำรุงที่ผิวหนังต้องการ เช่น กรดอะมิโน 22 ชนิด วิตามินรวมหลายชนิด และสารอาหาร SOD เป็นต้น เพื่อคงความงามดุจหนุ่มสาวที่ธรรมชาติมอบให้

ผลิตภัณฑ์ DR.QU ชุดบำรุงและถนอมผิวพรรณให้งามสดใสด้วยวิธีการตามธรรมชาติ

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณและเส้นผมสูตร DR.QU ประสิทธิภาพเพื่อการปกป้องและฟื้นฟูความงามตามธรรมชาติของมนุษย์ DR.QU ผลิตภัณฑ์เพียงชนิดเดียวในโลกเท่านั้นที่สามารถยับยั้งการแพร่พันธุ์ของเชื้อ DEMODEX ซึ่งผลิตภัณฑ์อื่นๆทั่วไปไม่อาจเลียนแบบได้

ดร.คู แฮลท์ (DR.QU Hairlth wash)

dr-qu004

แชมพูสระผมสูตร DR.QU ช่วยให้เส้นผมและหนังศีรษะสะอาดล้ำลึก ยับยั้งการเจริญเติบของเชื้อ DEMODEX ปรับสภาวะของรูขุมขนและต่อมไขมันไม่ให้อุดตัน คงสภาพความสมดุลของน้ำและไขมัน เมื่อใช้เป็นประจำจะช่วยขจัดปัญหาเส้นผมขาดการบำรุง และผมร่วง เส้นผมจะกลับนุ่มสลวย เงางาม

ดร.คู เฟเชียล คลีนเซอร์ (DR.QU Facial cleanser)

dr-qu002

ครีมล้างหน้าที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดสิ่งสกปรก ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ DEMODEX รักษษความสะอาดของรูขุมขนและต่อมไขมัน ช่วยปรับสภาพความชุ่มชื้นของผิวให้สมดุล ป้องกันโรคปลายจมูกแดง รักษาโรคผิวหนัง ลดสิว แก้ใบหน้ามัน

ดร.คู คลีนซิ่ง บาร์ (DR.QU cleansing bar)

dr-qu003

สบู่ปรับสภาพผิวสำหรับความสะอาดที่ลำลึก เพราะเชื้อ DEMODEX ไม่เพียงแต่แพร่พันธุ์ เฉพาะที่ผิวหนังเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันยังสามารถเจริญเติบโตในส่วนอื่นของร่างกายได้ด้วย สบู่ปรับสภาพผิวสูตร DR.QU จะช่วยในการกำจัดเชื้อ DEMODEX ฆ่าเชื้อโรค แก้การอักเสบของผิวหนัง และช่วยให้ผิวมีความนุ่มนวลชุ่มชื้นและน่าสัมผัส

ดร.คู มอยส์เจอร์แอคทีฟ ครีม (DR.QU Moisture active cream)

dr-qu005

ครีมบำรุงที่อุดมด้วยสารอาหาร DEMODICIDIN และสารบำรุงจากธรรมชาติ มีประสิทธิภาพป้องกันเชื้อ DEMODEX ได้ดี คงความชุ่มชื้นให้แก่ผิว เร่งการปรับสภาพผวิให้เกิดการสร้างเซลล์ใหม่ ลบรอยเหี่ยวย่น กำจัดฝ้า ยืดอายุผิวไม่ให้เหี่ยวย่นก่อนวัย ช่วยให้ผิวหน้าสดใสมีน้ำมีนวล

Posted on

ทำไมต้องมีการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว??

ทำไมต้องมีการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว??

ตามปกติผิวคนเราจะผลัดเซลล์ผิวเองใน 28 วัน แต่ด้วยอายุที่มากขึ้นทำให้การผลัดเซลล์ผิวช้าลง ส่งผลให้เศษขี้ไคลหรือเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วเกาะติดอยู่บนผิวหน้าทำให้ผิว หน้าหมองคล้ำไม่สดใส ไม่เหมือนตอนเป็นเด็กผิวหน้าดูสดใส เกลี้ยงเกลา ประกอบกับต่อมไขมันที่ขับน้ำมันออกมาเมื่อเจอกับฝุ่นละออง หรือมลภาวะหรือแม้แต่เซลล์ขี้ไคลก็สามารถทำให้เกิดเป็นสิวเสี้ยน สิวอุดตัน สิวอักเสบได้ และเมื่อผิวหน้าผลัดเซลล์ผิวช้าลง ทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วบนใบหน้าจับตัวกันหนาขึ้น การที่เราทาครีมบำรุงเข้าไปก็ทำให้ครีมซึมได้ยาก ทำให้ประสิทธิภาพของการบำรุงผิวลดน้อยลง เราจึงได้ตระหนักถึงจุดนี้ จึงได้ออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการ ครีมสครับหน้าใส เป็นครีมสครับสูตรพิเศษ อ่อนโยนต่อผิว ผสมเม็ด Scurb เนื้อละเอียดสำหรับขัดนวดผิวหน้า การขัดผิวหน้าช่วยในการขจัดเซลล์ผิวที่ตาย แล้วออก เพื่อเผยผิวใหม่ที่สดใสกว่าทั้งยังเปี่ยมประสิทธิภาพในการบำรุงผิว ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวและเม็ด Scrub ที่มีคุณสมบัติพิเศษที่มีอนุภาพทรงกลมไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวเหมือนสครับทั่วๆไป

เมื่อเราขัดผิวหน้าแล้วจะทำให้เซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพหลุดลอกออกไป ทำให้ผิวหน้าสะอาด ครั้นเมื่อเราทาครีมบำรุงผิว เนื้อครีมก็จะสามารถแทรกซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยวิธีที่ง่ายแสนง่าย ซึ่งสามารถทำได้เองที่บ้าน ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปร้านเสริมความงาม ไม่ต้องเสียเงินแพงๆ ขั้นตอนง่ายๆแค่นี้ ผิวหน้าของคุณก็จะสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แถมประหยัดทั้งเงินทอง ทั้งเวลา

ครีมผลัดเซลล์ผิวเก่า เม็ดสครับมีความยืดยุ่นสูง