Posted on

ครีมไข่มุกคังเซ็นช่วยอะไรบ้าง?

ครีมไข่มุกคังเซ็นช่วยอะไรบ้าง?

ถ้าถามถึงเรื่องไข่มุก คงรู้จักกันดีนะครับว่าคังเซ็น เคนโก คือบริษัทชั้นนำที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากไข่มุกแท้ๆ ที่เรียกว่าเพิร์ล นอริช ครีม หรือครีมไข่มุกที่ทุกคนรู้จัก และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุดของ คังเซ็น แล้วไข่มุกคังเซ็นช่วยอะไรบ้างละครับ

– ครีมไข่มุกคังเซน ช่วยบำรุงผิวเพราะอุดมไปด้วยโปรตีนจากไข่มุก และแร่ธาตุต่างๆเช่นผงไข่มุก อุดมไปด้วยแร่ธาตุ แคลเซียม ซิงค์ และไอร่อน ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความกระจ่างของผิว
– ป้องกันแสงแดดได้ในระดับที่ดีโดยไม่ต้องใช้สารกันแดด จึงทำให้ครีมไข่มุกคังเซ็นเป็นที่นิยม
– เป็นครีมรองพื้นทำให้หน้าเนียนขาว โดยที่ไม่ต้องใช้แป้ง และที่สำคัญไม่อุดตันผิวด้วย จึงช่วยลดปัญหารูขุมขนกว้างได้ดีมากๆ
นอกจากนี้แล้วครีมไข่มุกยังเพิ่มความชุ่มชื้นต่อผิว ทำให้ใช้ได้ดีมากๆสำหรับคนผิวแห้ง และมีกระ ฝ้า จุดด่างดำ สามารถใช้ได้ทั้งตอนกลางวันและกลางคืน และถ้าเป็นครีมไข่มุกต้องเป็นของ คังเซน เคนโก เท่านั้น ที่คุณภาพสูง ของแท้ ที่จำน่ายมาแล้วกว่าสิบห้าปี ในไทย

วิธีใช้ครีมไข่มุก

Posted on

รู้จักกับคำว่า ไวท์เทนนิ่ง

อีกครั้งกับไวท์เทนนิ่ง

คำว่าไวท์เทนนิ่ง ก็คือ สารประเภทที่ทำให้ผิวขาว (Whitening Agents) ด้วยกระบวนการหลักของการลดการผลิตเม็ดสีใต้ชั้นผิว ซึ่งอาจจะปรากฏอยู่ในหลายรูปแบบ เช่น เป็นยารักษา , เป็นเครื่องสำอางค์ควบคุม และเป็นเครื่องสำอางที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป

สารที่ทำให้ผิวขาวนั้นมีหลายรูปแบบ เช่น แบบที่เรียกว่าสารฟอกสี (Bleach Agents) ซึ่งค่อนข้างละเอียดอ่อนและต้องควบคุมโดยแพทย์, แบบเคลือบปกปิด ( Covering Agents) สำหรับใช้ชั่วครั้งชั่วคราว โดยมี Titanium Dioxide เป็นสารหลัก คุณสมบัติของมันก็คือเคลือบผิวเฉพาะกิจพอล้างหรืออาบ น้ำก็หลุดออกหมด

สารประเภทที่น่าสนใจ และเกี่ยวเนื่องกับกระบวนการของไวท์เทนนิ่งเต็มๆ ก็คือ AHA – Alpha Hydroxy Acids หรือกรดผลไม้หลากชนิด, Retinol A,Kojic Acid และ วิตามินบี 3 ผลิตภัณฑ์ของไวท์เทนนิ่งเป็นแหล่งรวมของสารผสมที่ทำงานครอบคลุม

ปกติผิวของเราจะมีเซลล์สี Melanocytes เป็นตัวกลางสร้างเมลานินมากำหนดสีผิว ไม่ว่าผิวจะคล้ำเข้มทั้งตัวหรือคล้ำเป็นหย่อมๆ เฉพาะที่เนื่องจากโดนกระตุ้นจากปัจจัยใดๆ ก็ตาม แต่การที่เมลาโนไซต์สจะผลิตหรือสร้างเมลานินเมื่อไรนั้น มันจะต้องได้รับคำสั่งจากเอนไซม์ที่ชื่อว่า Tyrosinase เสียก่อน เอนไซม์ไทโรซิแนสตัวนี้เองที่เหล่านักวิชาการความงาม ให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะหากควบคุมมันได้ ก้จะส่งผลต่อการทำงานของเมลาโนไซต์สด้วยไม่ว่าจะสภาพ ผิดปกติ หรือ สภาพปกติ

จากการค้นคว้าอย่างต่อเนื่องยาวนานก็ทำให้พบสารที่เกี่ยวข้องต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย เช่น โคจิกแอซิด ซึ่งเป็นกระชนิดหนึ่งที่ได้จากการหมักกลูโคสของผลผลิ ตในธรรมชาติมีคุณสมบัติ บางอย่างที่ช่วยในการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิแนส ไม่ให้มันสั่งพร่ำเพรื่อเสียจนผลิตเซลล์เม็ดสีออกมาเ กินควร

ในส่วนของ เอเอชเอ ก็มีคุณสมบัติไปละลายเนื้อเยื่อที่เกาะเกี่ยวอ้อยอิ่ งอยู่ตามเซลล์เสื่อม สภาพทั้งหลาย จึงมึผลด้านการผลัดลอกเซลล์ผิวชั้นบน โดยมีเรตินอลเอ เป็นตัวเร่งการผลิตเซลล์ผิวใหม่และวิตามินบี 3 จะไปช่วยลดการกระจายตัวของเซลล์เม็ดสีอีกแรงหนึ่ง

นอกจากนี้ในผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ ยังมีการเติมสารประเภทอะมิโนโปรตีนเสริมเข้าไปเพื่อใ ห้ทั้งแก้ไขปัญหา และ บำรุงสภาพผิวพร้อมกันเมื่อทั้งหมดผนึกกำลังทำงานร่วม กันจึงมีส่วนช่วยทำให้ ผิวดูสดใสขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม ข้อสำคัญที่ควรทราบก็คือ เมื่อ ใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อยู่ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด เพราะ ทั้งเรตินอล เอ และ เอเอชเอ ไม่ชอบแดดโดนเมื่อไรจะยิ่งมีปฏิกิริยาระคายเคืองจึงต้องใช้ควบคู่กับครีมกัน แดดเสมอ และแม้ว่าไวท์เทนนิ่งจะช่วยให้ผิวสดใสขึ้น แต่หากใช้อย่างบ้าคลั่งผิวก็มีสิทธิ์อ่อนแอและบางลงไ ด้ง่ายๆ ความที่ทั้งเร่งผลัดลอกเซลล์ผิวและควบคุมกลไกการทำงา นของร่างกายมากเกินควร

Posted on

กรดอะมิโน (Amino Acid) คืออะไร

กรดอะมิโน (Amino Acid)
กรดอะมิโน คือ หน่วยที่เล็กที่สุดที่ประกอบขึ้นในโมเลกุลของโปรตีน โดยอาหารจำพวกโปรตีนจะประกอบด้วยกรดอะมิโนประมาณ 12 – 22 ชนิด ส่วนโปรตีนในร่างกายประกอบด้วยกรดอะมิโนประมาณ 20 ชนิด ในทางโภชนาการแบ่งกรดอะมิโนออกเป็น 2 พวก คือ

1. กรดอะมิโนที่จำเป็นแก่ร่างกาย (Essential Amino Acid) คือ กรดอะมิโนที่ร่างกายสังเคราะห์ไม่ได้ หรือสังเคราะห์ได้แต่ไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย จำเป็นต้องได้รับจากอาหาร กรดอะมิโนเหล่านี้ ได้แก่ อาร์จีนีน (Arginine) ฮีสทีดีน (Histidine) ไอโซลิวซีน (Isoleucine) ลิวซีน (Leucine) ไลซีน (Lysine) เมไธโอนีน (Methionine) เฟนิลอะลานีน (Phenylalanine) ทรีโอนีน (Threonine) ทริปโทเฟน (Tryptophan) และวาลีน (Valine)

เด็กต้องการกรดอะมิโนที่จำเป็นแก่ร่างกาย 9 ตัว ยกเว้นอาร์จินีน สำหรับผู้ใหญ่ต้องการกรดอะมิโนที่จำเป็นแก่ร่างกาย 8 ตัว ยกเว้น อาร์จินีน และฮีสทีดีน

2. กรดอะมิโนที่ไม่จำเป็นแก่ร่างกาย (Nonessential Amino Acid) คือ กรดอะมิโนที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นได้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายไม่จำเป็นต้องได้รับจากอาหาร

คน ส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่ากรดอะมิโนที่ไม่จำเป็นแก่ร่างกาย เป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายไม่จำเป็นต้องใช้ ความจริงนั้นร่างกายต้องใช้กรดอะมิโนทั้งสองพวกในการสร้างโปรตีน แต่ที่เราเรียกว่าเป็นกรดอะมิโนที่ไม่จำเป็นนั้น เพราะเราคิดในแง่ที่ว่าร่างกายสร้างเองได้เพียงพอ

จากการศึกษา พบว่าโปรตีนในเซลล์ และเนื้อเยื่อของร่างกายมีกรดอะมิโนพวกนี้อยู่ร้อยละ 40

ความสำคัญของกรดอะมิโนชนิดต่างๆ
1. กรดกลูตามิก (Glutamic Acid)

· ช่วยรักษาอาการทางโรคประสาทต่างๆ อาการชัก โรคพาคินสัน และอาการโรคปัญญาอ่อน

· ช่วยในการทำงานของต่อมลูกหมาก

2. โพรลีน (Proline)

· ช่วยบำรุงผิวพรรณ และสร้างคอลลาเจน มีความสำคัญต่อกล้ามเนื้อ ข้อกระดูก และเส้นเอ็นต่างๆ

· เป็นสารเริ่มต้นของกรดกลูตามิก

3. ลิวซีน (Leucine)

· เป็นสารกระตุ้นการทำงานของสมอง เพิ่มระดับพลังงานให้แก่กล้ามเนื้อ

4. กรดแอสพาร์ติก (Aspartic Acid)

· ช่วยกำจัดแอมโมเนีย และกำจัดสารพิษอื่นๆ ออกจากระบบการไหลเวียนของโลหิต

· ช่วยในการทำงานของ ดีเอ็นเอ อาร์เอ็นเอ และการสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

· ช่วยส่งเสริมการแปรรูปคาร์โบไฮเดรตให้เป็นพลังงานภายในเซลล์

5. ไลซีน (Lysine)

· ช่วยในการพัฒนากระดูกของเด็ก และการดูดซึมแคลเซียม

· ช่วยในการสร้างโปรตีน และกล้ามเนื้อ รักษาอาการบาดเจ็บ และบาดแผลต่างๆ

· สร้างภูมิคุ้มกันในเลือดทั้งหมด ทำให้ระบบหมุนเวียนโลหิตแข็งแรง และควบคุมให้เซลล์เจริญเติบโตตามปกติ

6. วาลีน (Valine)

· กระตุ้นสมรรถนะของสมอง และการทำงานของกล้ามเนื้อ

7. ไอโซลิวซีน (Isoleucine)

· จำ เป็นสำหรับการเจริญเติบโตที่ดี การพัฒนาเชาวน์ปัญญา และการรักษาสมดุลย์ของไนโตรเจนในร่างกาย ใช้สำหรับสังเคราะห์กรดอะมิโนไม่จำเป็นชนิดอื่นๆ

8. ซีรีน (Serine)

· จำเป็นสำหรับขบวนการเผาผลาญไขมัน และระบบภูมิคุ้มกัน

· ช่วยในการสร้างปลอกไขมันป้องกันรอบเส้นใยประสาท

9. ไทโรซีน (Tyrosine)

· ทำ ให้เซลล์แก่ช้าลง และกดศูนย์ควบคุมความอยากอาหารในสมองส่วนไฮโปธา-ลามัส สามารถสังเคราะห์ได้จากเฟนีลอะลานีน นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับการให้ สีที่ถูกต้องแก่เส้นผม และผิวหนัง รวมถึงการป้องกันผม และผิวหนังจากการถูกแดดเผา

10. ฟีนิลอะลานีน (Phenylalanine)

· จำเป็นสำหรับต่อมไธรอยด์ในการสร้างไธร็อกซิน (Thyroxin) ซึ่งเป็นสารกระตุ้นอัตราการเผาผลาญอาหารของร่างกาย

11. ทรีโอนีน (Threonine)

· ช่วยให้การทำงานของลำไส้ ระบบการย่อย และการดูดซึมสารอาหารดีขึ้น

12. อาร์จีนีน (Arginine)

· ช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และการทำงานของต่อมไทมัส ซึ่งต่อมไทมัสจะทำหน้าที่ในการผลิตเม็ดเลือดขาว

· ช่วยในการผลิตสารอินซูลิน

· เป็นส่วนประกอบของฮอร์โมนในร่างกาย กระตุ้นความต้องการทางเพศช่วยรักษาอาการเป็นหมัน

· ช่วยคงความสมดุลย์ของไนโตรเจน ช่วยลดไขมัน และเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ

13. อลานิน (Alanine)

· เป็นส่วนประกอบของวิตามิน B5 (Pantothenic Acid)

· ช่วยในการทำงานของเอ็นไซม์ต่างๆ ในร่างกาย

· ทำให้ผนังเซลล์แข็งแรง

14. เมไธโอนีน (Methionine)

· เร่ง อัตราการเผาผลาญไขมัน และองค์ประกอบของไขมัน กระตุ้นกรดอะมิโนที่บำรุงรักษาสุขภาพของตับ เป็นสารต้านความเครียด ทำให้เส้นประสาทผ่อนคลาย

15. ฮีสทีดีน (Histidine)

· ช่วยในการผลิตเม็ดเลือดแดง และเม็ดเลือดขาว

· ช่วยป้องกันร่างกายจากสารกัมมันตภาพรังสี

· ช่วยกำจัดโลหะหนักออกจากร่างกาย

16. ไกลซีน (Glycine)

· ช่วยสังเคราะห์กรดนิวคลีอิก ดีเอ็นเอ และอาร์เอ็นเอ รวมทั้งกรดอะมิโนอื่น ๆ

ในร่างกาย

· ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น

· ช่วยป้องกันการเกิดลมชัก และช่วยรักษาอาการซึมเศร้า

· เพิ่มพลังงาน และการใช้ออกซิเจนในเซลล์

17. ทริปโตเฟน (Tryptophan)

· ทำให้ร่างกายใช้ประโยชน์จากวิตามิน B ได้มากขึ้น ทำให้เส้นประสาทแข็งแรง และ

อารมณ์คงที่มากยิ่งขึ้น ส่งเสริมให้เกิดความรู้สึกสงบผ่อนคลาย

18. ซีสทีน (Cystine)

· ช่วยในการทำงานของตับอ่อน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ และการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตดีขึ้น

สรรพคุณ

1.ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน โดยกระตุ้นการสร้างสารแอนติบอดี้ให้กับร่างกาย

2.เป็นส่วนประกอบสำคัญของ ดี เอ็น เอ ซึ่งเป็นสารพันธุกรรมขั้นพื้นฐาน

3.ช่วยชะลอความแก่ และซ่อมแซมอวัยวะที่เสื่อมลงตามอายุขัย

4.เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์จากสารกัมมันตภาพรังสี และช่วยกำจัดสารพิษในร่างกาย

5.เป็นส่วนสำคัญในการสร้างฮอร์โมนที่จำเป็นสำหรับการทำงานของร่างกาย

6.ช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้เป็นปรกติ และมีประสิทธิภาพ

7.ช่วยกระตุ้นอัตราการเผาผลาญอาหารในร่างกาย

8.ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง เพิ่มระดับพลังงานให้แก่กล้ามเนื้อ

9.ช่วยให้ระบบการการดูดซึมสารอาหารของลำไส้ และระบบการย่อยดีขึ้น

Posted on

ประเภทของโปรตีน

โปรตีนแบ่งตามคุณสมบัติทางกายภาพ และการละลายได้ 3 พวก คือ

1. โปรตีนธรรมดา (Simple Protein) คือ โปรตีนที่แตกตัวให้กรดอะมิโน ไม่มีสารอื่นปนอยู่ด้วย เช่น แอลบูมินในไข่ เซอินในข้าวโพด ไกลอาดินในข้าวสาลี โกลบินในฮีโมโกบิน

2. โปรตีนเชิงประกอบ (Compound Protein) คือ โปรตีนที่มีสารอินทรีย์อื่นอยู่ในโมเลกุลด้วย เมื่อแตกตัวจะได้โปรตีน หรือกรดอะมิโนกับสารอื่นที่ไม่ใช่โปรตีน เช่น เคซีนในนมประกอบด้วยโปรตีนรวมอยู่กับกรดฟอสฟอริก มิวซินในน้ำลายประกอบด้วยโปรตีนรวมอยู่กับคาร์โบไฮเดรต ไลโพโปรตีนในเลือดประกอบด้วยโปรตีนรวมอยู่กับลิพิด

3. โปรตีนอื่นๆ (Derived Protein) คือ สารที่ได้จากการเปลี่ยนแปลง หรือการแตกตัวของโปรตีนโดยความร้อน หรือกระบวนการอื่นๆ เช่น กรด หรือด่าง ตัวอย่างของโปรตีนพวกนี้ ได้แก่ โพรทิโอส เพปโทน พอลีเพปไทด์ เพปไทด์

Posted on

คังเซน รีวิว : เจ้าของเว็บนี้ใช้ครีมตัวไหนบ้างล่ะ (รัศมี ข้อสกุล)

russamee1

อดีต คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เพราะรูปมันฟ้อง ว่าผิวหน้าค่อนข้างมีหลายปัญหา ทั้งสิว หน้ามัน หน้าบาน นั่นเป็นผวเมื่อ 6 ปีก่อน แต่ตอนนั้นก็ใช้ครีมคังเซนแล้วนะคะ ช่วงนั้นใช้ไม่เหมาะกับปัญหา เพราะหน้ามีปัญหาเยอะแต่ใช้ครีมไขุมุกกับสบู่ ดร.คู ปัญหาก็เลยหายช้า รอยสิวก็หายยาก หน้าก็ไม่ใสสักที แต่กว่าจะรู้ตัวว่าใช้แบบผิดๆ ก็เสียเวลามาตั้ง 4 ปี

…มาดูเทคนิคการใช้เครื่องสำอางให้ได้ผลเร็วดีกว่าค่ะ ง่ายๆเลย ลองนึกดูค่ะว่า เราใช้อะไรบ้างที่เกี่ยวกับหน้าเราในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็น โฟม ขัด โทนเนอร์ ครีมบำรุง กันแดด บรัสออน แป้ง อาย ลิป ครีมมาร์กหน้า ซับมัน สำลี ผ้าเช็ดหน้า หรืออื่นๆ ที่รัศให้เช็คสินค้าทุกอย่างที่เราใช้กับหน้า เพราะมันมีผลต่อผิวของเราค่ะ ถ้าหากสินค้าที่กล่าวมา คุณใชมากกว่า 3 ยี่ห้อ บอกได้คำเดียวค่ะว่าผิวของคุณมีความเสี่ยงสูง ยิ่งถ้าเกรดสินค้าต่างกันมาก ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเข้าไปอีก แต่ก่อนรัศใช้รวมกันมากว่า 5 ยี่ห้อค่ะ แต่ตอนนี้รัศใช้ยี่ห้อเดียวคือคังเซนฯ ผลที่ได้รัศพอใจมากค่ะ ไม่เคยรู้เลยว่าผิวเราก็เนียนใสเมือนคนอื่นๆได้ จากที่หน้าเป็นสิวเรื้อรังมาตั้งหลายปี ไม่น่าเชื่อว่าหายได้ แล้วตอนนี้รัศใช้อะไรบ้าง มาดูกันค่ะ

เช้า

โฟม คาเวียร์ หรับทำความสะอาดผิว เช้า-เย็น ทุกวัน

รีมูฟเวอร์ สำหรับเช็ดเครื่่องสำอาง ตอนเย็น

คลีนซิ่งมิลค์ + สครับ โกลด์ สำหรับทำความสะอาดรูขุมขนและขจัดเซลผิวที่ตายแล้ว ตอนเย็น สัปดาห์ละ 1-2

จิ้วฟู ครีม สำหรับบำรุงผิว ตอนเช้า

มอยเจอร์ เบสิก สกิน สำหรับบำรุงผิวตอนเย็น

ไฮยาลอส สำหรับรอบดวงตา เช้า-เย็น

ครีมไข่มุก สำหรับตอนเช้า ทุกวัน

ครีมกันแดด โกลด์ สำหรับตอนเช้า

กันแดดแบบรองพื้น SPF 50 เมื่อต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันแสงแดด หรือเพิ่มความมั่นใจ ในระหว่างวัน

บรัสออน เนื้อครีม Nena สีชมพู สำหรับตอนเช้าและระหว่างวัน ทุกวัน

อายเชโดว์ Nena สำหรับตอนเช้า ทุกวัน

มาสคาร่า Nena สำหรับตอนเช้า ทุกวัน

ลิป ดินท์ Nena เบอร์ 2 สำหรับตอนเช้าและระหว่างวัน ตามต้องการ

ลิป ทรีทเม้นท์ อมชมพู สำหรับตอนเช้าและระหว่างวัน ตามต้องการ

ฟิล์มซับมัน สำหรับช่วงระหว่างวัน ตามต้องการ

ลิป ทรีทเม้นท์ อมชมพู สำหรับตอนเช้าและระหว่างวัน ตามต้องการ

วิธีใช้

เช้า

1. ล้างหน้าด้วยโฟม คาเวียร์
2. ซับหน้าให้แห้ง แล้วทาจิ้วฟู ครีม ทันที
3. ทารอบดวงตาด้วย ไฮยาลอส เซรั่ม
4. พักไว้สัก 1 นาที แล้วทาครีมไข่มุก
5. ทาครีมกันแดด โกลด์
6. ปัดแก้มด้วย บรัสออน เนื้อครีม Nena สีชมพู
7. แต่งแต้มสีสันตามต้องการจ้า
เย็น

1. พรมน้ำที่ใบหน้าให้ชุ่ม
2. หยดรีมูฟเว่อลงบนสำลีให้ชุ่ม แล้วเช็ดให้ทั่วใบหน้า ริมฝีปาก รอบดวงตา คอ
3. นวดหน้าด้วยคลีนซิ่ง มิลค์ โดยบีบครีมใส่ฝ่ามือแล้วใช้นิ้วตีครีมเพื่อให้ครีมแตกตัว แล้วค่อยนำมานวดที่หน้า เบาๆ ประมาณ 2 นาที
4. ล้างออกด้วยโฟม คาเวียร์
5. ซับหน้าให้แห้ง แล้วทาครีม เบสิก สกิน ทันที
6. ทารอบดวงตาด้วย ไฮยาลอส เซรั่ม

***อุปกรณ์เสริมเพื่อผลลัพธ์ที่เร็วมากยิ่งขึ้น คือ เครื่องนวดหน้า Up5

***พร้อมทานอาหารเสริมบำรุงภายใน เพื่อผิวสวยๆ จะได้อยู่กับเรานานๆ

***อาหารเสริมบำรุงผิวและบำรุงร่างกาย จะช่วยให้ผิวพรรณของเราเห็นผลเร็วจากการใช้เครื่องสำอางด้วยค่ะ

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 081-3921132(Dtac), 090-1191190(AIS) รัศมี

Posted on

คอลลาเจน คืออะไร

คอลลาเจน คือ โปรตีนซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิวหนัง ทำหน้าที่เป็นตัวประสานเนื้อเยื่อของผิวหนังเข้าด้วยกัน โดยโปรตีนชนิดนี้มีส่วนประกอบ 25 % – 35 % ของจำนวนหน่วยโปรตีนทั้งหมดในร่างกาย โดยมีมากที่สุดที่ผิวหนัง และประมาณ 1 % – 2 % ที่ปะปนอยู่ในเซลล์กล้ามเนื้อ

หน้าที่ของคอลลาเจน
คอลลาเจน คือ โปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นสายยาว ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างจากโปรตีนชนิดทั่ว ๆ ไป สายยาวของคอลลาเจน เรียกว่า คอลลาเจน ไฟเบอร์ (Collagen Fiber) ซึ่งมีลักษณะเป็นสายเกลียวที่มีหน่วยโมเลกุลเกี่ยวพันมากมาย โดยปกติผิวหนังที่มีคอลลาเจนเป็นโครงสร้างอยู่มาก จะมีความยืดหยุ่นตามไปด้วย คอลลาเจนนั้นไม่ได้มีอยู่ที่ผิวหนังเพียงเท่านั้น แต่อวัยวะส่วนอื่น ๆ ภายในร่างกายก็มีคอลลาเจนประกอบอยู่ เช่น พังผืด (Fascia) , กระดูกอ่อน (Cartilage) , เส้นเอ็น (Ligament) , ข้อต่อ (Jiont)

คอลลาเจน จัดเป็นหนึ่งในโปรตีนคุณภาพสูง โดยมีสารสำคัญอยู่ 2 ชนิด คือ โปรตีนโอไกลแคน (Proteoglycan) และไกลโคซามิโนไกลแคนส์ (Glycosaminoglycans) ซึ่งเป็นสารที่กลายเป็นโครงสร้างหลักของผิวหนัง เส้นผม เล็บ กระดูก และข้อต่อ หรือแม้แต่ผนังของหลอดเลือด และมีอยู่ทั่วไปในร่างกาย มีประมาณร้อยละ 6 ของน้ำหนักตัวหรือประมาณ 1 ส่วน 3 ของโปรตีนทั้งหมดที่มีในร่างกาย มีหน้าที่ป้องกันอวัยวะในร่างกายและเชื่อมอวัยวะต่าง ๆ ให้อยู่ด้วยกัน คอ ลลาเจนในผิวชั้นหนังแท้จะเป็นตัวช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื่น นุ่มนวล รักษาความยืดหยุ่นของผิวหนังให้เต่งตึง กระชับ ป้องกันรอยเหี่ยวย่นและตีนกา

สินค้าแนะนำ

คอลลาเจนจากปลาทะเล

Posted on

เลือกวิตามินเสริมอย่างฉลาด

เลือกวิตามินเสริมอย่างฉลาด
/เอมอร คชเสนี .

วิตามินเสริมหรืออาหารเสริมอาจจะสามารถเติมเต็มสารอา หารที่ได้รับจากอาหารมื้อปกติได้ แต่ไม่ใช่สิ่งที่จะใช้ทดแทนอาหารตามปกติ เนื่องจากไม่สามารถทดแทนสารอาหารหลายๆ ชนิดที่พบได้ในอาหาร

อาหารสดเป็นแหล่งวิตามินที่ดีที่สุด ให้ประโยชน์มากกว่าวิตามินเสริมหลายประการ เนื่องจากอาหารประกอบด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายช นิดที่ร่างกายต้องการ ยกตัวอย่างเช่น ส้ม 1 ผล นอกจากจะให้วิตามินซี ยังให้เบต้าแคโรทีน แคลเซียม และสารอาหารชนิดอื่นๆ ขณะที่อาหารเสริมวิตามินซี ไม่มีสารอาหารอื่นๆ เหล่านี้

ผักและผลไม้ยังประกอบด้วยสารอาหารตามธรรมชาติที่เรีย กว่า ไฟโตเคมิคัล ที่อาจช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ผักและผลไม้หลายชนิดยังเป็นแหล่งที่ดีของสารต้านอนุม ูลอิสระ ซึ่งช่วยชะลอการทำลายเซลล์และเนื้อเยื่ออีกด้วย
นอกจากนี้ ผักผลไม้สดยังมีเส้นใยอาหาร ซึ่งมีความสำคัญต่อการย่อย ช่วยป้องกันอาการท้องผูก และยังช่วยป้องกันการเกิดโรคที่สำคัญ เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ

อย่างไรก็ตาม หากมีความจำเป็นหรือต้องการใช้วิตามินเสริมจริงๆ มีข้อแนะนำดังนี้

1.ตรวจสอบฉลากผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เนื่องจากฉลากจะบอกว่า มีส่วนประกอบอะไรบ้าง ส่วนประกอบชนิดไหนที่ออกฤทธิ์ มีสารอาหารใดเป็นส่วนประกอบ ขนาดและปริมาณที่ใช้ รวมทั้งปริมาณสารอาหารในแต่ละครั้งที่ใช้ ฉลากยังบอกวิธีการใช้และการเก็บรักษาอย่างปลอดภัย พร้อมทั้งชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิต ผู้บรรจุ และผู้จัดจำหน่าย ที่สามารถติดต่อได้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ

2.ตรวจสอบวันหมดอายุ อาหารเสริมวิตามินมักจะสูญเสียประสิทธิภาพเมื่อหมดอา ยุ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสภาพอากาศที่ร้อนและชื้น หากไม่ระบุวันหมดอายุก็ไม่ควรซื้อ และหากวิตามินเสริมที่ใช้อยู่หมดอายุแล้ว ก็ควรทิ้งไป อย่าเสียดาย

3.รู้จักใช้อย่างปลอดภัย การบริโภควิตามินในปริมาณสูง อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ เช่น ไนอะซินหรือวิตามินบี3 ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับตับ วิตามินเอในปริมาณมากเกินไปก็ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกั บตับ หรือทำให้กระดูกอ่อนลงในผู้หญิงได้ นอกจากนี้ วิตามินเสริมอาจไปรบกวนการใช้ยา เช่น วิตามินอี มักจะไม่แนะนำให้ใช้ หากกำลังรับประทานยาที่ทำให้เลือดจาง เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลงได้ ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้

4.วิตามินสังเคราะห์มักจะถูกเรียกว่าเป็นวิตามินธรรม ชาติเหมือนกัน เพียงแต่จะมีราคาแพงกว่าเท่านั้น อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาว่ามีการเพิ่มสมุนไพร เอนไซม์ หรือกรดอะมิโน เพราะสารเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้ราคาแพงมากยิ่งขึ้น

5.เก็บอาหารเสริมวิตามินไว้ในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงการเก็บไว้ในที่ร้อนและชื้น เช่น ในห้องน้ำ รวมทั้งเก็บให้ห่างจากเด็กๆ หรือเก็บในที่ที่มีกุญแจปิดล็อก อย่าวางทิ้งไว้ในที่ที่เด็กสามารถหยิบได้ เพราะเด็กอาจหยิบมารับประทานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์แล้วเกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารเสริมที่มีเหล็ก เพราะเหล็กในปริมาณสูงเกินไป มักเป็นสาเหตุการเสียชีวิตด้วยพิษของเด็กๆ

1.Bioflavonoids เช่น rutin (บางแห่งเรียกวิตามินพี), hesperidin ซึ่งเชื่อกันว่ามีประโยชน์ในการรักษาโรคเกี่ยวกับเส้ นเลือดเปราะ Bioflavonoids สลายตัวในทางเดินอาหาร ทำให้มีการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายน้อย วิตามินพี ประกอบด้วยสารที่มีสีสด ซึ่งพบได้บ่อยในผักผลไม้ โดยจะมีให้เห็นคู่กับวิตามินซีเสมอ แต่วิตามินซีสังเคราะห์จะไม่มีวิตามินพี

แหล่งที่พบมาก ได้แก่ ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ส่วนที่เป็นเยื่อขาวๆ อยู่ระหว่างกลีบ และอยู่ระหว่างเปลือกและเนื้อ เช่น มะนาว ส้มโอ องุ่น ข้าวสาลีทั้งเมล็ดที่ยังไม่ได้ขัดสี พริกหวาน มะเขือเทศ มะละกอ บร็อคโคลี่ แคนตาลูป เป็นต้น

หน้าที่สำคัญของวิตามินพี คือ ช่วยในการดูดซึมวิตามินซี ช่วยให้ผนังเส้นเลือดฝอยแข็งแรง ไม่แตกเปราะง่าย ช่วยต่อต้านการอักเสบ ช่วยป้องกันโรคหวัด และช่วยป้องกันไม่ให้วิตามินในร่างกายและอะดรีนาลีนถ ูกทำลาย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมี

2.Pangamic acid มักเรียกกันด้วยความเข้าใจผิดว่า วิตามินบี 15 สารชนิดนี้ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ หรือฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาแต่อย่างใด และยังอาจมีคุณสมบัติเป็นสารก่อการกลายพันธุ์ได้

3.Laetrile หรือ Amygdalin เดิมมีชื่อเรียกว่า วิตามินบี 17 เป็นสารประเภทไซยาไนด์ อยู่ในผลอะปริคอท มีการโฆษณาว่า Laetrile สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้ แต่ไม่มีผลกับเซลล์ปกติ แต่จากรายงานของ National Cancer Institute ไม่พบว่า Laetrile มีผลในการรักษาโรคมะเร็งแต่อย่างใด และสารนี้ไม่ผ่านการรับรองของเอฟดีเอ หรือองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา อันตรายที่เกิดขึ้นจากการใช้ Laetrile คือพิษของไซยาไนด์ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 6% นอกจากนี้การที่ผู้ป่วยหลงเชื่อสรรพคุณของตัวยา แล้วไม่ได้บำบัดรักษาโรคมะเร็งอย่างถูกวิธี ก็จะก่อให้เกิดผลเสียอย่างร้ายแรงกับผู้ป่วยได้

Posted on

ใช้กันแดดให้คุ้มไม่ทำร้ายผิว

ครีมกันแดดที่ดีควรป้องกันได้ทั้งรังสียูวีเอและบี สังเกตได้จากค่า PA (Protection of UV-A) มาพร้อมกับเครื่องหมาย + ช่วยป้องกันรังสียูวีเอ เช่น PA+++ ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องอยู่กลางแจ้งถูกแดดนาน แต่ถ้าอยู่ในอาคารหรือที่ร่ม เลือกใช้เพียง PA+ ก็เพียงพอ

ส่วนค่า SPF (Sun Protection Factor) ตัวป้องกันรังสี ยูวีบี พร้อมกับตัวเลขต่อท้าย อาทิ SPF 8 หรือ SPF 15 ที่หมายถึงระยะเวลาในการปกป้องผิวจากแสงแดด คิดคำนวณได้ง่าย ๆ โดยปกติถือเอาเวลา 15 นาที ที่ตากแดด ผิวจะเริ่มไหม้

ดังนั้น ให้นำ 15 คูณกับตัวเลขหลัง SPF เช่น SPF 8 คือ 15 x 8 หมายถึง ประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดนาน 120 นาที

การเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ๆ ใช่ว่าจะป้องกันแสงแดดได้ดีเสมอไป เพราะค่าสูงแค่ไหนก็กันแดดได้ราว 2-3 ชั่วโมง เนื่องจากสารเคมีจะละลายไปกับเหงื่อ แถมยังเสี่ยงต่อการตกค้างของสารเคมี ตัวการทำให้เกิดสิวและริ้วรอย ที่เหมาะสมควรใช้เพียงแค่ SPF 15

เพื่อให้การใช้ครีมกันแดดได้ผลดี ให้ทาก่อนออกแดดราว 15-30 นาที.

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

Posted on

ข้อพึงระมัดระวังในการใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับฝ้า

ในโลกนี้คงไม่มีใครอยากจะเป็นฝ้าเพราะมันจะทำให้ผิวหน้าของเราขาดความงดงามและยังบั่นทอนความมั่นใจของเราด้วย เมื่อเกิดฝ้าขึ้นแล้วเราก็ต้องหาวิธีรักษา ฝ้านั้นรักษาได้แต่ไม่หายขาดเมื่อใดคุณปล่อยปะละเลยไม่ดูและมันก็จะกลับมาอีกดังนั้นเราต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวหน้าของเรา แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เนื่องจากผลิตภัณฑ์สำหรับฝ้ามีส่วนประกอบของสารเคมี จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง ดังนี้

1. ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับทาฝ้า หรือผลิตภัณฑ์อย่างใดก็แล้วแต่ ต้องอ่านฉลาก วิธีใช้บนฉลากให้ละเอียด และปฏิบัติตาม หากมีคำเตือนควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดค่ะ
2. ควรทดสอบก่อนใช้ โดยทาครีมบริเวณหลังใบหู ทิ้งไว้โดยไม่เช็ดออก และตรวจสอบเมื่อครบ 24 และ 48 ชั่วโมง ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น มีผื่นแดง หรือคัน ไม่ควรใช้ครีมนั้นต่อไป อย่าทาตรงท้องแขนเพราะผิวบริเวณนั้นหนากว่าผิวหน้าของเราค่ะ หาเจอคนขายที่แนะนำให้ทดลองทางที่ท้องแขนดู แสดงว่าไม่รู้จริงค่ะ
3. หยุดใช้ทันที เมื่อมีอาการผิดปกติหรือสงสัยว่ามีอาการแพ้ และรีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที
4. เวลาใช้ต้องระวังอย่าให้เข้าตาเป็นดันขาด เพราะอาจเป็นอันตรายต่อตาคุณได้
5. หากใช้ติดต่อกันประมาณ 1 เดือน ไม่ได้ผลควรเลิกใช้ทันทีค่ะ เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละอย่างไม่สามารถเหมาะกับทุกคนได้ บางคนใช้แล้วได้ผล บางคนใช้แล้วหน้าพัง ทั้งที่เป็นผลิตภัณฑ์ตัวเดียวกัน
ฝ้าที่ขึ้นบนใบหน้า นับเป็นสิ่งที่หลายท่านวิตกกังวล เพราะทำให้ความสวยงามของเราลดน้อยลงไปจึงต้องซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับฝ้ามาใช้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีส่วนผสมของสารเคมี ถ้าใช้โดยไม่ระมัดระวังอาจเกิดอันตรายได้ ถ้าหากเป็นฝ้าเพียงเล็กน้อยที่มีสาเหตุมาจากการโดนแสงแดด ก็ควรป้องกันไม่ให้ถูกแสงแดดซ้ำหรือถ้าเป็นฝ้าเพียงเล็กน้อย จำเป็นต้องใช้ ผลิตภัณฑ์สำหรับฝ้า คุณควรเลือกซื้อสินค้าที่ไม่มีสารห้ามต้องห้าม ฉลากต้องแสดงข้อความเป็นภาษาไทย และใช้ด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามวิธีใช้และคำเตือนอย่างเคร่งครัด ก็จะปลอดภัยในการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวค่ะ

ผลิตภัณฑ์คังเซนสำหรับผู้มีปัญหา กระ ฝ้า ใบหน้าหมองคล้ำ

Posted on

วิธีการนวดหน้าเพื่อความขาวกระจ่างใสยาวนานอย่างเป็นธรรมชาติ

วิธีการนวดหน้าเพื่อความขาวกระจ่างใสยาวนานอย่างเป็นธรรมชาติ

การนวดหน้าสัปดาห์ละครั้งก่อนใช้สครับ มาส์คจะช่วยคืนความยืดหยุ่นผิว กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง เรียบเนียน กระจ่างใส คืนความขาวกระจ่างใสให้กับผิวได้อย่างสมบูรณ์แบบ
– กดกระตุ้นต่อมน้ำเหลือง บริเวณหลังใบหูนับ 1-3 แล้วคลายออก ไล่ลงมายังกราม โดยทำทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน ทำ 3 รอบ
– กระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าเพื่อช่วยให้เซลล์ผิวตื่นโดยการลูบจากคางขึ้นไปติ่งหู ทำ 3 รอบ
– ขจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพบนผิวหน้า โดยการนวดคลึงวนเป็นวงกลมจากคางวนไปติ่งหู จากมุมปากวนไปหน้าหู จากจมูกวนไปยังหน้าหู จากใต้ตาวนไปยังขมับ
– ผ่อนคลายผิวหน้า โดยลูบไล้ผิวหน้า จากคางไปติ่งหู จากมุมปากไปหน้าหู จากปากบนไปยังหน้าหู จากใต้ตาไปยังขมับ
– นวดคลึงวนเป็นวงกลม จากจมูกวนขึ้นไปผ่านคิ้วไปยังขมับ 3 รอบ
– นวดคลึงวนเป็นวงกลม จากกลางหน้าผากล่างวนไปยังขมับ และจากกลางหน้าผากบนวนไปยังขมับ
– นวดรอบดวงตาเพื่อลดริ้วรอย โดยวนจากหางตาผ่านใต้ตาล่างผ่านหัวคิ้วผ่านเปลือกตาบนไปยังหางตา ทำ 3 รอบ
– กดหัวคิ้ว กลางคิ้ว และขมับ ด้วยการกดค้างไว้ 3 วินาที แล้วปล่อย
– กดหัวคิ้วแล้วลูบจากหัวคิ้วไปยังขมับ ทำ 3 รอบ
– กดเบาๆ กึ่งกลางหน้าผากนับ 1-3 แล้วคลายออก แล้วลูบเบาๆ ไปยังขมับ
– ใช้อุ้งมือลูบในทิศทางขึ้นโดยไล่จากกลางหน้าผากออกไปทางซ้ายและสลับลูบจากกลางหน้าผาก ออกไปทางขวา ทำเวียน 3 รอบ
– ใช้อุ้งมือลูบขึ้นจากด้านล่างของแก้ม ทำสลับซ้ายขวา 3 รอบ
– ลูบขึ้นจากกึ่งกลางของคาง ไปยังหลังใบหู แล้วกดเบาๆ ที่หลังใบหูนับ 1-3 แล้วปล่อย

ที่มา…http://www.orientalprincess.com

เครื่องนวดหน้านวัตกรรมเหนือกาลเวลา ช่วยแก้ปัญหา สิว กระ ฝ้า ริ้วรอย อย่างได้ผล